มติทรท. ทีวีเข้าผังรายการปกติตั้งแต่คืนนี้ (14 ต.ค.)

มติทรท. ทีวีเข้าผังรายการปกติตั้งแต่คืนนี้ (14 ต.ค.)

มติทรท. ทีวีเข้าผังรายการปกติตั้งแต่คืนนี้ (14 ต.ค.)

รูปข่าว : มติทรท. ทีวีเข้าผังรายการปกติตั้งแต่คืนนี้ (14 ต.ค.)

ปรับผังใหม่! มติ ทรท. ผู้ประกอบการทีวี – วิทยุ ปรับผังเข้ารายการปกติได้ หลังจบพระราชพิธี เคลื่อนขบวนพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 ค่ำนี้ ให้มีโฆษณาได้แต่คุมโทนสียึดช่อง NBT เป็นหลัก และเชื่อมสัญญาณถ่ายทอดสด

วันนี้ (14 ต.ค.) เวลา 12.30 น. พล.ท.สบโชค ศรีสาคร เลขานุการบริหารสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเผย (ทีวีพูล) เปิดเผยไทยพีบีเอส ภายหลังการประชุมสมาชิกผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์
(ทรท.) โดยมีพลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาราชการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เข้าร่วมประชุมด้วย โดย ทรท. ได้รับแนวปฏิบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการแผนงานการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ และสถานีวิทยุทุกสถานี ว่า ตั้งแต่เวลา 14.30 น.วันนี้ ทุกช่องจะร่วมกันลิงค์สัญญาณถ่ายทอดสดสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปในการเชิญพระบรมศพไปยังพระทีนั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง

หลังจากนั้น เมื่อจบรายการถ่ายทอดสด ทางสถานีโทรทัศน์แต่ละช่อง สามารถปรับผังออกอากาศรายการได้ตามปกติ แต่อยู่ภายในเงื่อนไข การนำเสนอให้เป็นไปตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งยังเน้นการนำเสนอรายการเฉลิมพระเกียรติ สารคดีเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจต่างๆ และให้เชื่อมลิงค์สัญญาณการถ่ายทอดสดของ ทรท. เมื่อมีพิธี/พระราชพิธีต่างๆ รวมทั้งพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในระยะนี้

สำหรับแนวปฏิบัติของ ทรท. และผู้ประกอบการโทรทัศน์จะขึ้นอยู่กับ แนวทางของสำนักพระราชวัง และนโยบายของนายกรัฐมนตรี เป็นหลัก เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติของผู้ประกอบการโทรทัศน์ และสถานีวิทยุ“แนวทางเดิมที่รายการโทรทัศน์ วิทยุ จะออกอากาศสารคดีเทิดพระเกียรติของ ทรท. ไปตลอด 30 วันนั้น ก็ปรับร่นให้เริ่มออกอากาศผังปกติได้ตั้งแต่หลังจบพระราชพิธี

ค่ำวันนั้น สังเกตได้จากโลโก้ ทรท. จบ ก็เข้าผังรายการปกติได้ ซึ่งผู้ประกอบการทุกช่อง จะคิดเองได้ว่า อะไรเหมาะสม ไม่เหมาะสม ส่วนเรื่องการออกอากาศละคร, ความบันเทิง และการถ่ายทอดสดรายการกีฬา หรือ เนื้อหาที่มีความบันเทิง ทางกรมประชาสัมพันธ์จะไปประชุมกันอีกครั้ง เพื่อกำหนดเป็นแนวปฏิบัติที่เป็นนโนบายชัดเจนอีกครั้ง แต่เบื้องต้น ให้ผู้ประกอบการแต่ละช่องยึดหลักความเหมาะสม” พล.ท.สบโชค กล่าว

ส่วนการออกอากาศ สปอตโฆษณา ของให้แต่ละช่อง คำนึงถึงความเหมาะสมของเนื้อหา ต้องไม่มีฉูดฉาดหรือปรากฎภาพหวือหวา ถ้าเป็นสปอตโฆษณาที่มีเนื้อหาธรรมดา สามารถออกอากาศได้ตามปกติ แต่ขอความร่วมมือให้ทุกช่อง ควบคุมโทนสีในการออกอากาศ โดยให้ยึดโทนสีของสถานีโทรทัศน์ NBT เป็นหลัก โดยการปรับผังเฉพาะกิจในช่วงนี้ ผู้ประกอบการไม่ต้องส่งผังให้ กสทช. ทราบล่วงหน้า จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
สำหรับการออกอากาศของสื่อใหม่ สื่อออนไลน์ (นิวมีเดีย) สำนักงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม(กสทช.) จะรับผิดชอบ รวมถึงการดูแลการใช้ เฟซบุ๊กไลฟ์ และโซเชียลมีเดียต่างๆ

ขณะที่วันนี้ สำนักงาน กสทช. ส่งหนังสือแจ้งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทุกรายให้ความร่วมมือเผยแพร่ข่าวสารตามแนวทางของรัฐบาล และระงับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ไม่เหมาะสม ฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ตามที่ รัฐบาลขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกสังกัดที่มี Online TV เผยแพร่ข่าวสารและ รายการผ่านเว็บไซต์ หรือผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่าน Youtube Channel, Facebook Live และสื่อภาพและเสียงอื่นที่เผยแพร่สดทางสื่อออนไลน์ ให้เกาะสัญญาณภาพและเสียงของสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เป็นเวลา 30 วัน หรือจนกว่าจะเปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงเว็บไซต์หรือสื่อออนไลน์ต่างๆ ด้วย นั้น

ในวันนี้ (14 ต.ค. 2559) สำนักงาน กสทช. จึงได้มีหนังสือถึงผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทุกรายให้ดำเนินการดังต่อไป นี้

1.ให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใดๆ ผ่านเว็บไซต์หรือสื่อออนไลน์โดยเคร่งครัด

2.นอกจากการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลข้างต้นแล้ว ให้ติดตามและตรวจสอบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต และหากตรวจพบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ไม่เหมาะสม ให้ดำเนินการระงับหรือยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวในทันที รวมทั้งประสานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น Facebook, Twitter, Youtube, Line ฯลฯ ให้ดำเนินการระงับหรือยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวในทันที ทั้งนี้ หากพบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใดที่ไม่เหมาะสมแล้วไม่ดำเนินการระงับหรือยับยั้ง การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวในทันทีแล้ว ถือเป็นความผิดร้ายแรงที่ กสทช. จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

3.ให้จัดตั้งหน่วยตรวจสอบขึ้นภายในองค์กรหรือหน่วยงานท่านเพื่อติดตามและตรวจสอบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใดๆ ผ่านเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง และหากพบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใดที่ไม่เหมาะสมแล้วให้ดำเนินการตาม ข้อ 2. โดยทันที และให้แจ้งผลการดำเนินการให้สำนักงาน กสทช. ทราบโดยเร็ว

4.สำนักงาน กสทช. จะร่วมติดตามและตรวจสอบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใดๆ ผ่านเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง โดยหากพบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใดที่ไม่เหมาะสม จะดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อผู้กระทำผิดโดยตรงกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ต่อไป ซึ่งสำนักงาน กสทช. ได้ประสานช่องทางการดำเนินการดังกล่าวกับ ปอท. ไว้แล้ว ทั้งนี้ หากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใดไม่ปฏิบัติตามดังที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไป

กลับขึ้นด้านบน