ก.ดิจิทัลฯ ปิด 700 ลิงก์เว็บหมิ่นเบื้องสูง วอนประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส

ก.ดิจิทัลฯ ปิด 700 ลิงก์เว็บหมิ่นเบื้องสูง วอนประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส

ก.ดิจิทัลฯ ปิด 700 ลิงก์เว็บหมิ่นเบื้องสูง วอนประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส

รูปข่าว : ก.ดิจิทัลฯ ปิด 700 ลิงก์เว็บหมิ่นเบื้องสูง วอนประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมปิด 700 ลิงก์เว็บไซต์หมิ่นเบื้องสูง ยืนยันเร่งดำเนินการ โดยยึดประกาศ คสช.- พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เอาผิด วอนประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส ย้ำอย่าไลค์-แชร์-คอมเมนท์

วันนี้ (19 ต.ค.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรักษาการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เข้าตรวจราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของทั้งกระทรวงดีอี และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.อ.อ.ประจิน เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ดำเนินการปิดเว็บที่มีลิงก์ต่างๆ ไม่เหมาะสมเข้าข่ายกระทำความผิดตาม มาตรา 112 จำนวนประมาณ 700 ลิงก์ด้วยกัน มาจากต้นทางหลัก 50-60 เว็บไซต์หลัก โดยการปราบปรามเว็บหมิ่นสถาบัน ซึ่งอาศัยอำนาจตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 26 และฐานความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ปี 2550 โดยกระทรวงดีอีเร่งดำเนินการปราบปราม แม้ว่าบางฝ่ายอาจจะเห็นว่ากระทรวงไม่ได้ทำอะไรเลย แต่จริงๆ ได้มีการดำเนินงานอย่างเต็มที่ ได้มีการยกระดับหน่วยงานภายใต้กระทรวงจากระดับสำนักงาน ขึ้นเป็นหน่วยงานระดับกอง คือกองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (ปท.) พร้อมเพิ่มกำลังคนขึ้นอีก โดยร่วมกับ ปอท.ของตำรวจและเครือข่ายของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ของทหารด้วย

สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีการเพิ่มกำลังคน 3-5 เท่าในศูนย์ดูแล 24 ชั่วโมงของ ปอท. และของกระทรวงที่ บมจ.ทีโอที คอยดูแลด้วย และได้รับความรับมืออย่างยิ่งกับ กสทช. ไอเอสพี (ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต) และผู้ให้บริการในต่างประเทศ เพื่อลดผลกระทบ เพื่อไม่ให้ประชาชนที่มีความโศกเศร้าอยู่แล้ว ได้รับผลกระทบทางจิตใจมากขึ้น แต่ไม่อยากให้ทุกอย่างออกมาอยู่ในสื่อสาธารณะทุกเรื่อง เพราะเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม แต่ขอให้เข้าใจว่ามีการทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงอย่างจริงจัง

ส่วนภาพรวมขณะนี้ดำเนินการปิดกั้นไปแล้วประมาณ 35% จากเว็บที่ตรวจสอบพบแล้ว แต่อีกส่วนยังต้องรวบรวมหลักฐานเพื่อขอคำสั่งศาล เพื่อแจ้งให้กับผู้ให้บริการในต่างประเทศดำเนินการปิดกั้นเนื้อหา ส่วนกรณีต้นทางมาจากในประเทศ ก็มีส่วนที่คุยกับไอเอสพีที่พูดคุยแล้วปิดได้เลย กับอีกส่วนที่ยังปิดไม่ได้เพราะมีการเข้ารหัส ก็ต้องทำเรื่องประกอบให้ศาลสั่ง เพื่อให้ไอเอสพีปิดให้ ส่วนของต่างประเทศได้มีการประสานติดต่อไปทั้งญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และแจ้งว่าถ้ามีคำสั่งของศาลกลับมาก็จะปิดให้ ถือว่าเป็นแนวโน้มในทางบวก ที่ผ่านมา ได้ส่งแจ้งไปจำนวนมาก แต่ไม่อยากให้ตื่นตระหนก

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ขอความร่วมมือจากประชาชนที่พบเห็นให้แจ้งโทร.แจ้งสายด่วน 1212 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประชาสัมพันธ์ว่าอย่าได้กดลิงก์ หรือแชร์ หรือส่งต่อ เพราะนอกจากเป็นการไม่บังควร ยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายด้วย ได้พยายามชี้แจงตรงนี้ เพื่อไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ และกระทำความผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทั้งยังพยายามย่นระยะเวลาในการรวบรวมหลักฐานเพื่อขอคำสั่งศาลให้เร็วเดิมที่ใช้เวลาราว 15 วัน

กลับขึ้นด้านบน