ผบ.ทบ.กำชับเจ้าหน้าที่จังหวัดชายแดนใต้ ห้ามสร้างเงื่อนไข-อย่าละเมิดสิทธิมนุษยชน

ผบ.ทบ.กำชับเจ้าหน้าที่จังหวัดชายแดนใต้ ห้ามสร้างเงื่อนไข-อย่าละเมิดสิทธิมนุษยชน

ผบ.ทบ.กำชับเจ้าหน้าที่จังหวัดชายแดนใต้ ห้ามสร้างเงื่อนไข-อย่าละเมิดสิทธิมนุษยชน

รูปข่าว : ผบ.ทบ.กำชับเจ้าหน้าที่จังหวัดชายแดนใต้ ห้ามสร้างเงื่อนไข-อย่าละเมิดสิทธิมนุษยชน

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสารท ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รับฟังการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จากหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง ย้ำให้กำลังทุกหน่วยลดการสร้างเงื่อนไขที่นำไปสู่ความรุนแรง ปฏิบัติงานตามกรอบของกฎหมายและระมัดระวังไม่ให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน

วันนี้ (21 ต.ค.2559) พล.อ.เฉลิมชัย ผบ.ทบ.เดินทางไปรับฟังการบรรยายสรุปจากฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยที่ กอ.รมน.ภาค 4 สน. อ.ยะรัง จ.ปัตตานี โดยพ.อ.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษก กอ.รมน. รายงานว่าในรอบปี 2559 มีสถิติเหตุการณ์และการสูญเสียต่ำที่สุดในรอบ 12 ปี เมื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความปลอดภัยและความร่วมมือของพี่น้องประชาชนมากขึ้นตามลำดับในทุกด้าน

พล.อ.เฉลิมชัย ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยอย่าสร้างเงื่อนไขกับประชาชน เพราะอาจจะกระตุ้นให้สถานการณ์ในพื้นที่รุนแรงมากขึ้น และขอให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานเพื่อความสงบสุขของประชาชน พร้อมทั้งมอบนโยบายให้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของทหารพราน และ อส. ให้มีขีดความสามารถรอบด้าน เช่น งานด้านการข่าว งานด้านกิจการพลเรือน

พ.อ.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษก กอ.รมน.กล่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัยได้วางกรอบการดำเนินงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 7 ข้อ คือ
1.สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ให้ประชาชนดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างเป็นปกติสุข รวมทั้งมีสภาพที่เอื้อต่อการพัฒนาตามนโยบายของรัฐบาล โดยทุกหน่วยจะต้องบูรณาการการใช้กำลังและกำหนดมาตรการให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่
2.จัดให้มีการบูรณาการฐานข้อมูลด้านการข่าวร่วมกัน และการจัดตั้งแหล่งข่าวภาคประชาชน ตลอดจนนำเครื่องมือและระบบเฝ้าตรวจที่มีอยู่ในพื้นที่นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในการป้องกันปราบปรามและคลี่คลายสถานการณ์
3.ลดและขจัดเงื่อนไขที่เป็นสาเหตุของความรุนแรง ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามกรอบของกฏหมาย และระมัดระวังไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน
4.สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพูดคุย ด้วยการจัดให้มีพื้นที่กลางเพื่อให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายสามารถเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อสภาพปัญหาในพื้นที่และแนวทางการแก้ไขปัญหา
5.เร่งรัดการพัฒนาให้คนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประชาชนต้องมีรายได้ดีขึ้น เยาวชนต้องมีโอกาสด้านการศึกษาที่หลากหลายและสอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่น
6.แสวงหาความร่วมมือและสร้างความเข้าใจระหว่างกันแก่ทุกภาคส่วนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่เข้ามาดำเนินกิจกรรมในพื้นที่
7.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ศอ.บต. ทยอยถ่ายโอนการบริหารจัดการพื้นที่ให้กับส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนในระดับชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาและพัฒนา

รมช.ศธ.ลงพื้นที่ จ.ปัตตานี จัดตั้ง "กระทรวงศึกษาฯ ส่วนหน้า"

วันนี้ (21 ต.ค.) พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะทำงาน ส่วนหน้าด้านการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เดินทางไปประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดโครงสร้างศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อติดตามการจัดโครงสร้างและการจัดศูนย์ประสานงานและบูรณาการการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ "กระทรวงศึกษาธิการส่วนหน้าจังหวัดชายแดนใต้" โดยที่ประชุมกล่าวถึงการจัดกำลังคนลงในตำแหน่ง การจัดสร้างอาคารทำงานและอาคารที่พักสถานที่

พล.อ.สุรเชษฐ กล่าวในที่ประชุมว่าการเดินทางมาในวันนี้เพื่อดูสถานที่ ห้องทำงาน ห้องประชุม เพื่อเตรียมความพร้อม ให้คณะทำงานได้ลงไปประชุมรับทราบปัญหา ข้อเสนอแนะและร่วมกันทำงานเพื่อให้จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความสันติสุข

กลับขึ้นด้านบน