โครงการชั่งหัวมันฯ แสงจากพ่อส่องทางวิถีเกษตรยั่งยืน

โครงการชั่งหัวมันฯ แสงจากพ่อส่องทางวิถีเกษตรยั่งยืน

โครงการชั่งหัวมันฯ แสงจากพ่อส่องทางวิถีเกษตรยั่งยืน

รูปข่าว : โครงการชั่งหัวมันฯ แสงจากพ่อส่องทางวิถีเกษตรยั่งยืน

"โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ" เป็นโครงการส่วนพระองค์โครงการล่าสุดของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่นี่มีอาคารประทับที่มีชื่อของพระองค์อยู่ในทะเบียนบ้าน โดยพระองค์ขึ้นทะเบียนเป็น "เกษตรกรทำไร่"

โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริครอบคลุมพื้นที่ 250 ไร่ ใน อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี พระองค์มีพระราชดำริให้เป็นโครงการตัวอย่างด้านการเกษตร ที่รวบรวมพันธุ์พืชเศรษฐกิจ ทั้งผักเเละผลไม้ในพื้นที่เพชรบุรีเเละจังหวัดอื่นๆ มาปลูกไว้ไม่ต่ำกว่า 10 ชนิด เช่น ข้าว มันเทศ มะนาว มะพร้าว ฟักข้าว และยังมีการทำปศุสัตว์อย่างการเลี้ยงโคนม ไก่ไข่ รวมทั้งพื้นที่ตั้งกังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าขาย

ผู้จัดการโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริเล่าว่า เวลาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปทรงงานที่โครงการชั่งหัวมัน จะประทับที่บ้านซึ่งพระองค์เป็นเจ้าของบ้านเเละทรงขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรด้วย

 

"ท่านจะเสด็จมาประทับพักผ่อนและทรงงาน รวมทั้งเสด็จเยี่ยมกิจกรรมต่างๆ ภายในโครงการ เรามักเห็นภาพพระองค์พระราชทานนมให้ลูกวัวที่เกิดโครงการ และเยี่ยมแปลงเกษตรและพระราชทานคำแนะนำต่างๆ ในการดำเนินโครงการอยู่เป็นประจำ" นายชนินทร์ ทิพย์โภชนา ผู้จัดการโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริเล่าให้ฟังถึงกิจวัตรของในหลวงเวลาที่เสด็จมาทรงงานที่โครงการชั่งหัวมัน

โคที่ถือว่าเป็นพระเอกของโครงการชั่งหัวมัน คือ โคเพศผู้ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงป้อนนมและป้อนหญ้าตั้งเเต่ยังเล็ก รวมทั้งพระราชทานชื่อว่า "คุณตุ่ม"

 

นายรุ่ง ผิวงาม อดีตหัวหน้ากลุมงานปศุสัตว์ โครงการชั่งหัวมันฯ อดีตหัวหน้ากลุ่มงานปศุสัตว์ โครงการชั่งหัวมัน ผู้ถวายรายงานการเลี้ยงดูเล่าว่า ที่มาของชื่อพระราชทาน เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินไปยังโครงการและทรงซักถามถึงการเลี้ยงดูและตรัสว่าวัวตัวนี้ "อ้วนเหมือนตุ่ม"

ปัจจุบัน นายรุ่ง ลาออกจากโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ และเป็นเกษตรกรเต็มตัว ตั้งใจเดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เขาใช้พื้นที่ 25 ไร่ จัดสรรทำกิจกรรมการเกษตรทั้งปศุสัตว์ ปลูกพืชไร่ พืชสวนเเละมีรายได้เลี้ยงตัวเองเเบบพอเพียง

นายรุ่งบอกว่า เขาจะเป็นคนหนึ่งที่จะเดินตามรอยพ่ออย่างจริงจังและพร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรที่มีอยู่ให้ทุกคน เพราะมั่นใจว่าหากเกษตรกรยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง จะสามารถเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน

กลับขึ้นด้านบน