วันทรงดนตรีในความทรงจำของ ศ.ระพี สาคริก

วันทรงดนตรีในความทรงจำของ ศ.ระพี สาคริก

วันทรงดนตรีในความทรงจำของ ศ.ระพี สาคริก

ไม่มีครั้งไหนที่ศาสตราจารย์ระพี สาคริก บรรเลงไวโอลีนเครื่องดนตรีคู่ใจแล้วไม่นึกถึงวันเก่าครั้งเคยใกล้ชิด เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมทรงดนตรีกับนักศึกษา

รูปข่าว : วันทรงดนตรีในความทรงจำของ ศ.ระพี สาคริก

หวนระลึกวันทรงดนตรีกับบทเพลงพระราชนิพนธ์ครั้งใด หัวใจของศาสตราจารย์ระพี สาคริก ผู้เคยถวายงานใกล้ชิดในหลวง รัชกาลที่ 9 ด้านการศึกษางานเกษตรเพื่อพัฒนา และในฐานะผู้เคยร่วมบรรเลงดนตรีส่วนพระองค์ ก็ย้อนได้ถึงวันวานกับพระราชจริยวัตร มุ่งมั่นทรงงานทุกเวลา อันเป็นแนวทางน้อมนำมาปฏิบัติจนวันนี้

ในฐานะนักดนตรีและโฆษกหน้าพระที่นั่งขณะนั้น ยังความปลาบปลื้มสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และนับจากนั้นตลอด 50 กว่าปี ก็น้อมนำแนวทางจากพระราชจริยวัตร ที่ทรงตรงต่อเวลาและทรงแน่วแน่แม้แต่กับการทรงดนตรี

จากสมุดบันทึกส่วนตัวของอาจารย์ระพี สาคริก ก็มีข้อความหนึ่งที่เขียนไว้ว่า ทรงฝากไว้ให้ไปเยือนถึงไหน ก็จะไปโดยไม่เคืองขุ่น เหมือนเป็นคำมั่นสัญญา ดังที่ตลอดชีวิตยาวนานของอาจารย์ระพี ทำมาตลอดคือการพัฒนาการด้านเกษตรและการศึกษา เหมือนที่ได้เห็นว่าในหลวงทรงห่วงใยประชาชนตลอด

เพียงระลึกว่าครั้งหนึ่ง ทรงตรัสว่าอย่าท้อ ปราชญ์เกษตรของแผ่นดินก็ทำงานมาจนล่วงวัย 94 ปี ด้วยมีกำลังใจเต็มเปี่ยม และเก็บความทรงจำจากภาพถ่าย ครั้งเคยเข้าเฝ้าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทไว้กับห้องทำงานเสมอ ความใส่พระราชหฤทัยด้านการศึกษาของเยาวชน ตลอดจนพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อประโยชน์ของราษฎร ทำให้ความทรงจำที่ศาสตราจารย์ระพีมีต่อพระเจ้าแผ่นดิน เต็มไปด้วยวันของการทรงงาน

ศาสตราจารย์ระพี สาคริก ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้รู้รอบ และพากเพียร โดยนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาพัฒนางานเกษตรให้ก้าวหน้า เช่น วิจัยกล้วยไม้พันธุ์พื้นเมืองเป็นสินค้าเกษตรส่งออกสำคัญ จนได้รับขนานนามว่าบิดาแห่งกล้วยไม้ไทย และวิจัยพันธุ์ข้าว พันธุ์ผัก ยาสูบ ด้วยสำนึกว่าเป็นการทำประโยชน์เพื่อพสกนิกรของในหลวง พร้อมนำความรู้ด้านดนตรีและศิลปะมาจรรโลงใจ เช่นเดียวกับที่ได้สัมผัสจากพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรงดงาม ซึ่งอยู่ในใจไม่รู้เลือน

 

กลับขึ้นด้านบน