กทม.เพิ่มเต็นท์รองรับผู้สูงอายุ-คนพิการที่มาถวายสักการะพระบรมศพ

กทม.เพิ่มเต็นท์รองรับผู้สูงอายุ-คนพิการที่มาถวายสักการะพระบรมศพ

กทม.เพิ่มเต็นท์รองรับผู้สูงอายุ-คนพิการที่มาถวายสักการะพระบรมศพ

รูปข่าว : กทม.เพิ่มเต็นท์รองรับผู้สูงอายุ-คนพิการที่มาถวายสักการะพระบรมศพ

กทม.เผยประธานที่ประชุม กอร.รส.แจ้งว่าประกาศเลื่อนการเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นวันที่ 29 ต.ค.2559 พร้อมระบุเพิ่มเต็นท์และสุขารองรับผู้สูงอายุและคนพิการ รวมทั้งจุดพักค้างเพิ่มเติมอีกแห่งที่สนามม้านางเลิ้ง

วันนี้ (24 ต.ค.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน, นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ, นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงข่าวภายหลังการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.)

น.ส.ตรีดาว เปิดเผยว่า ประธานที่ประชุม กอร.รส.แจ้งว่าประกาศเลื่อนการเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จากเดิมที่แจ้งให้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพในช่วงบ่ายของวันที่ 28 ต.ค.2559 ขอเปลี่ยนแปลงเป็นวันที่ 29 ต.ค.2559 เนื่องจากในวันที่ 28 ต.ค.2559 มีพระราชพิธีในพระบรมมหาราชวังในช่วงเช้า เวลาที่เปิดให้ประชาชนช่วงบ่ายอาจน้อยเกินไป ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร

สำหรับในการเปิดให้ประชาชนเข้าลงนามแสดงความอาลัย ระหว่างวันนี้ (24 ต.ค.) – 28 ต.ค.59 ขอให้ประชาชนรับบัตรคิวที่จุดแจกบัตรคิวบริเวณกลางสนามหลวง โดยจัดให้เข้าแสดงความอาลัยถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นรอบๆ ละ 100 คน วันละประมาณ 40,000 คน ส่วนตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.2559 เป็นต้นไป คาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ได้ขั้นต้นวันละประมาณ 10,000 คน ทั้งนี้ประชาชนจากต่างจังหวัดที่จะเดินทางมาเป็นหมู่คณะสามารถติดต่อขอลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่จุดประสานงานของแต่ละจังหวัด

นอกจากนี้ กทม.ได้เพิ่มเต็นท์กลางสนามหลวงเพื่อเป็นจุดพักคอยแก่ประชาชน เป็นเต็นท์ขนาดใหญ่ มีที่นั่งพัก 900 ที่นั่ง จำนวน 2 เต็นท์ พร้อมทั้งเพิ่มเต็นท์สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ รวมทั้งรถสุขาสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ จำนวน 2 คัน ปัจจุบัน กทม.ได้จัดรถสุขาไว้จำนวน 36 คัน ซึ่งสามารถรองรับประชาชนได้เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังสามารถใช้บริการห้องสุขาได้ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และวัดมหาธาตุได้อีกด้วย

น.ส.ตรีดาว กล่าวว่า กทม.ได้จัดที่พักไว้ให้ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง รองรับประชาชนได้ 500-600 คน พร้อมจัดรถรับส่งในเวลา 20.00 น. และเวลา 22.00 น. รวมทั้งบ้านอิ่มใจ รับได้ประมาณ 50-60 คน และได้ประสานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งรับผิดชอบสนามม้านางเลิ้งให้เป็นจุดพักค้างเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง โดยประชาชนสามารถลงทะเบียนได้ทุกวันที่กองอำนวยการฯ ส่วนประชาชนที่เดินทางมาเป็นหมู่คณะ หากต้องการที่พักสามารถติดต่อลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) หรือที่กองอำนวยการร่วมกรุงเทพมหานคร บริเวณสนามหลวง โทร. 09 6870 7242

ด้าน พล.ต.ท.อำนวย กล่าวถึงมาตรการด้านความปลอดภัยว่า กทม.ได้ติดตั้งกล้อง CCTV รอบสนามหลวงเสร็จสมบูรณ์ครอบคลุมทุกพื้นที่แล้ว กรณีมีมิจฉาชีพในบริเวณสนามหลวง เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามจับกุมโดยเร็วและถือเป็นมาตรการที่ต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด ส่วนกรณีผู้ปกครองที่นำเด็กมาร่วมแสดงความอาลัย ณ ท้องสนามหลวง ขอความร่วมมือผู้ปกครองเขียนชื่อเด็ก ชื่อผู้ปกครอง พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ ไว้ให้เด็กพกติดตัว เพื่อความสะดวกในการติดต่อกรณีเด็กพลัดหลงกับผู้ปกครอง หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่กองอำนวยการร่วมฯ โทร. 09 6870 7242 หรือ 0 2059 9632 ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านนายวัลลภ กล่าวถึงกรณีหาบเร่แผงลอยในพื้นที่รอบสนามหลวงว่า กทม.ได้ประกาศให้พื้นที่รอบสนามหลวงเป็นพื้นที่ปลอดการพาณิชย์ โดยที่ผ่านมาได้มีการตักเตือนผู้ค้าไปแล้ว แต่ผู้ค้าหลายรายยังมีความเข้าใจคาดเคลื่อนและนำสินค้ามาขาย นอกจากนี้ ยังตรวจพบสินค้าที่นำมาจำหน่ายหลายประเภทไม่เหมาะสม จึงขอย้ำว่า กทม.ไม่อนุญาตให้ทำการค้าขายในท้องสนามหลวงและบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง รวมทั้งจะขยายขอบเขตออกไป โดยหากพบผู้ค้าหาบเร่แผงลอยต่างๆ กทม.จะเริ่มดำเนินการจับกุมและใช้มาตรการเด็ดขาด ขอความร่วมมือลงทะเบียนแจกอาหารเพื่อกระจายอย่างทั่วถึง

นางวรรณวิไล กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนเดินทางมายังท้องสนามหลวงเฉลี่ยวันละ 80,000 คน อย่างไรก็ตาม อาหารและเครื่องดื่มที่ประชาชนนำมาบริจาคยังคงสามารถให้บริการได้อย่างเพียงพอ โดยที่ผ่านมามีผู้บริจาคถาวร คือแจ้งความประสงค์ขอใช้เต็นท์เพื่อแจกจ่ายเป็นประจำทุกวัน ส่วนประชาชนที่นำอาหารมาบริจาคเพิ่มเติมเป็นรายวัน กทม.ขอให้มาลงทะเบียนที่จุดลงทะเบียนบริเวณทางเข้าประตูตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อทราบจำนวนอาหาร และสามารถจัดสรรพื้นที่ในการแจกจ่ายอาหารอย่างทั่วถึง และเนื่องจากช่วงกลางวันอากาศค่อนข้างร้อน จึงขอแนะนำให้เป็นอาหารแห้ง ไม่เสียง่าย หากใส่ภาชนะขอให้หลีกเลี่ยงกล่องโฟม เพื่อลดปริมาณขยะที่ย่อยสลายยาก ติดต่อบริจาคอาหารและเครื่องดื่ม โทร. 09 6870 3174

ส่วนนายทวีศักดิ์ กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชนให้เดินทางมาท้องสนามด้วยระบบขนส่งมวลชน ซึ่งมีจุดหลักที่บริเวณโรงแรมรัตนโกสินทร์ กองสลากเดิม ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า และกรมการรักษาดินแดน(สวนเจ้าเชตุ) ซึ่งกทม. ได้จัดรถ Shuttle Bus รับส่งไว้แล้ว ปัจจุบันไม่อนุญาตให้รถทั่วไปจอดในพื้นที่สนามหลวง ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ กองอำนวยร่วมกรุงเทพมหานคร โทร. 09 6870 7242 หรือ 0 2059 9632 ตลอด 24 ชั่วโมง

กลับขึ้นด้านบน