เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว "เบิ้ม นครปฐม" กัดฟันสู้ต่อหลังเหตุระเบิด ยืนยันขายที่เดิม

เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว "เบิ้ม นครปฐม" กัดฟันสู้ต่อหลังเหตุระเบิด ยืนยันขายที่เดิม

เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว "เบิ้ม นครปฐม" กัดฟันสู้ต่อหลังเหตุระเบิด ยืนยันขายที่เดิม

รูปข่าว : เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว "เบิ้ม นครปฐม" กัดฟันสู้ต่อหลังเหตุระเบิด ยืนยันขายที่เดิม

"วันชัย ชินผา" เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว "เบิ้ม นครปฐม" จ.ปัตตานี ที่ถูกระเบิดเมื่อคืนวันที่ 24 ต.ค.2559 ยอมรับว่ายากจะทำใจกับเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้น ภรรยาของเขาได้รับบาดเจ็บและยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนลูกน้องก็ถูกสะเก็ดระเบิดจนตาบอดและต้องถูกตัดขา

วันชัย หรือ "เบิ้ม" ยืนยันว่าเขาจะอดทน ต่อสู้กับความหวาดกลัวและขายก๋วยเตี๋ยวต่อไป แม้จะไม่ค่อยมั่นใจนักก็ตาม เพื่อสานต่อธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวของเขาที่ลงทุนทำมานานกว่า 30 ปี

"คงจะดูแลให้พอขายต่อไปได้ ส่วนเรื่องจะย้ายไปขายที่อื่นนั้นคิดว่าคงไม่ได้ จะไปนับหนึ่งที่ไหนได้ ก็ต้องขายตรงนี้" นายวันชัยกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขณะเดินทางมาเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายและเสียหายจากแรงระเบิด

เหตุรุนแรงกลางเมืองปัตตานีครั้งล่าสุดนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 21 คน ซึ่งมีทั้งเด็กชายและเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ร้านก๋วยเตี๋ยว "เบิ้ม นครปฐม" ตั้งอยู่ที่ตลาดโต้รุ่งเทศบาลเมืองปัตตานี เป็นรถเข็น มีโต๊ะให้ลูกค้านั่งริมทาง เขาขายหลากหลายเมนู ทั้งก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ เย็นตาโฟ ถือว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวชื่อดังร้านหนึ่งของตลาดโต้รุ่งเมืองปัตตานี นอกจากขายก๋วยเตี๋ยวแล้ว นายวันชัยยังมีรถกระบะให้เช่าติดป้ายโฆษณาเคลื่อนที่อีกด้วย 

ขณะเกิดเหตุ นายวันชัยเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวตามปกติและมีลูกค้าเนืองแน่นเหมือนทุกวัน ก่อนเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไม่กี่นาที เขาเดินไปตักน้ำ ทำให้รอดจากแรงระเบิดอย่างหวุดหวิด แต่ภรรยา ลูกน้อง และลูกค้าของเขาได้รับบาดเจ็บหลายคน

ตลาดโต้รุ่งแห่งนี้เคยเกิดเหตุระเบิดมาแล้ว 1 ครั้งเมื่อวันที่ 30 เม.ย.2550 เมื่อผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ซุกระเบิดแสวงเครื่องไว้ที่ตะกร้าหน้า เข้ามาจอดรถทิ้งไว้บริเวณหน้าร้านขายซุปอิสลาม ผู้ก่อเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บกว่า 20 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนายวันชัย

นายวันชัยบอกว่าเขารู้สึกสะเทือนใจมากกับเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นและไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก

จากการสอบสวนของตำรวจ ประกอบกับภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้ก่อเหตุประมาณ 2 คนทำทีเข้ามาสั่งอาหารที่ร้านก่อนจะนำระเบิดแสวงเครื่องที่บรรจุในกล่องเหล็กน้ำหนักประมาณ 5-7 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนในถุงกระดาษมาวางไว้ หลังจากนั้นก็อาศัยจังหวะที่ผู้คนชุลมุนหลบหนีออกไป ไม่นานนักระเบิดก็ถูกจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือชนิดตั้งเวลา แรงระเบิดทำให้ร้านเสียหาย และอาคารบ้านเรือนข้างเคียงเสียหายบางส่วนประมาณ 10 หลัง และยังทำให้มีผู้คนที่เดินซื้อหาอาหารจำนวนมากแตกตื่น

เหตุระเบิดเมื่อคืนวันที่ 24 ต.ค.ทำให้เจ้าหน้าที่เริ่มจัดระเบียบตลาด โดยให้พ่อค้าแม่ค้านำข้าวของกลับหลังจากปิดร้าน ห้ามวางทิ้งไว้ เพราะสิ่งของที่ตั้งไว้จะเป็นช่องทางให้ผู้ก่อเหตุ นำระเบิดมาซุกซ่อนไว้ได้

 

 

กลับขึ้นด้านบน