“คาร์บอมบ์” สู่ “ระเบิดแสวงเครื่อง” เหตุการณ์ความไม่สงบดภาคใต้ที่ต้องเฝ้าระวังมากกว่าเคย

“คาร์บอมบ์” สู่ “ระเบิดแสวงเครื่อง” เหตุการณ์ความไม่สงบดภาคใต้ที่ต้องเฝ้าระวังมากกว่าเคย

“คาร์บอมบ์” สู่ “ระเบิดแสวงเครื่อง” เหตุการณ์ความไม่สงบดภาคใต้ที่ต้องเฝ้าระวังมากกว่าเคย

รูปข่าว : “คาร์บอมบ์” สู่ “ระเบิดแสวงเครื่อง” เหตุการณ์ความไม่สงบดภาคใต้ที่ต้องเฝ้าระวังมากกว่าเคย

เหตุระเบิดหน้าตลาดโต้รุ่งใน จ.ปัตานี เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา มีจุดที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะเปลี่ยนรูปแบบจากคาร์บอมบ์ในอดีต เป็นการใช้ระเบิดขนาดเล็กแต่อานุภาพทำลายล้างสูง ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงยังเชื่อว่าอาจมีทีมสนับสนุนเคลื่อนย้ายระเบิดจากต่างอำเภอ

วันนี้ (26 ต.ค. 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้จะมีขนาดเล็กและน้ำหนักของระเบิดไม่เกิน 10 กิโลกรัม แต่อนุภาพของระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบขึ้นก่อนนำไปวางไว้ในร้านก๋วยเตี๋ยว หน้าตลาดโต้รุ่ง อ.เมืองปัตตานี ก็สร้างความเสียหายให้กับร้านค้านับสิบร้าน และการใช้ลูกปลายเป็นส่วนประกอบระเบิดยังทำให้สะเก็ดกินบริเวณกว้าง มีผู้เสียชีวิตจากระเบิดครั้ง 1 คน และบาดเจ็บอีก 21 คน

ภาพวงจรปิดบันทึกวินาทีผู้ก่อเหตุ นำระเบิดขนาดเล็กที่ประกอบสำเสร็จซุกซ่อนในถุงกระดาษ แล้วใช้รถจักรยานยนต์เคลื่อนย้ายมาซุกซ่อนในรถเข็นขายก๋วยเตี๋ยว ก่อนจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือแบบตั้งเวลา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปรับแผนเพื่อรับมือกับการเคลื่อนย้ายวัตถุระเบิดประเภทนี้ ซึ่งเชื่อว่าถูกประกอบจากอำเภอใกล้เคียง มากกว่าจะประกอบในเขตเมืองซึ่งมีผู้คนพลุกพลาน

ตำรวจ สภ.ปัตตานี จึงปรับแผนในการตั้งด่านตรวจให้ครอบคลุมเส้นทางรอบนอก บน ถ.เพชรเกษมสาย 42 เพิ่มจุดตรวจในจุดเสี่ยงเขตเมือง 8 จุด และเพิ่มกำลังเข้ากดดันการเคลื่อนไหวของพื้นที่ที่ใช้กบดาน หรือสนับสนุนการก่อเหตุในพื้นที่อำเภอใกล้เคียง ทั้ง อ.แม่ลาน อ.ยะหริ่ง และ อ.หนองจิก รวมถึงจำกัดแหล่งผลิตสารตั้งต้นประกอบระเบิด ทั้งร้านจำหน่ายเหล็กตัด ร้านซ่อมรถ หรือร้านขายของเก่า ซึ่งต้องมีการขึ้นทะเบียนและตรวจสอบอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ พื้นที่ตลาดโต้รุ่งที่มีผู้คนพลุกพล่าน สถานที่ตั้งของร้านยังไม่ค่อยเป็นระเบียบมากนัก ทำให้ทางเทศบาลเมืองปัตตานีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังทำแผนจัดระเบียบทั้งที่ตั้งของร้านค้าและรูปแบบการจราจรอบนอก เพื่อป้องกันการนำระเบิดขนาดเล็กมาก่อเหตุ พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนหรือผู้ประกอบการ ให้สังเกตหน้าร้านของตัวเอง เพราะลำพังเจ้าหน้าที่มีกำลังไม่เพียงพอในการดูแลทุกจุดได้

กลับขึ้นด้านบน