ทางรอดชาวนาในสถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำ

ทางรอดชาวนาในสถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำ

ทางรอดชาวนาในสถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำ

รูปข่าว : ทางรอดชาวนาในสถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำ

สถานการณ์ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ เหลือเพียงกิโลกรัมละ 5 -6 บาท แต่ยังมีชาวนาบางส่วน นำแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ มาปรับใช้ ควบคู่กับการร่วมมือสถาบันศึกษา และหน่วยงานรัฐ ลดต้นทุนการผลิต และทดลองพัฒนาสายพันธุ์ข้าว ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และช่วงฤดูเพาะปลูก

นายประมาณ สว่างญาติ ชาวนาตำบลช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เก็บต้นข้าวที่ไม่สมบูรณ์ออกจากแปลง เพื่อให้ข้าวหอมมะลิส่วนที่เหลือเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ คาดว่าจะเก็บเกี่ยวได้ เดือน พ.ย. หลังพยายามศึกษาข้อมูลควบคู่กับการทดลอง ลดต้นทุนการเพาะปลูกจากปกติไร่ละ 5,500 บาท เหลือ 2,700 บาทต่อไร่ โดยการปรับปรุงสภาพดิน คัดเลือกพันธุ์ข้าวที่เหมาะสม จนสามารถปลูกข้าวหอมมะลิ ปลอดสารเคมี ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และตลาดรองรับ

สวนทางกับชาวนาหลายคนในจังหวัดเดียวกัน ที่ยังคงนิยมปลูกข้าวขาวไม่ได้คุณภาพและทำนาในรูปแบบเดิมและเห็นว่ามาตรการแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำของรัฐบาลที่ออกมาแม้จะถูกทาง แต่นำมาใช้ในทางปฏิบัติได้ยาก ทั้งการจำนำข้าวในยุ้งฉาง และการสนับสนุนให้ปลูกพืชไร่ทดแทน

นายประมาณเสนอให้ รัฐบาลสร้างยุ้งฉางของรัฐอย่างน้อยตำบลละ 1 แห่ง โดยลงทุนสร้างให้สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตในพื้นที่ด้วย เพื่อให้มาตรการที่ออกมาเกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ และไม่จำเป็นต้องออกมาตรการด้านสินเชื่อเพิ่มเติมอีก เพราะอาจซ้ำเติมปัญหาหนี้สินชาวนาจนต้องขายที่ดินทำกินเพิ่มขึ้น

เขายังสะท้อนปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ส่วนหนึ่งมาจากการที่ชาวนาส่วนใหญ่ ใช้วิธีเร่งปลูก เร่งเก็บเกี่ยว โดยไม่สนใจการคัดเลือกสายพันธุ์ข้าว ปรับเปลี่ยนวิธีการปลูก ยังคงปลูกข้าวอายุสั้น 90 วัน ทั้งที่เป็นข้าวไม่มีคุณภาพ และไม่มีโครงการรับจำนำข้าวมารองรับ และเมื่อเจอสภาพอากาศชื้นสูงเช่นนี้ จึงถูกกดราคารับซื้อหนัก แต่เขาเลือกที่จะเดินตามแนวพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่ แบ่งพื้นที่ ปลูกพืชสวน เลี้ยงไก่ไข่บนบ่อปลา สามารถนำผลผลิตออกขาย สร้างรายได้เพิ่ม แนวทางนี้ช่วยให้เขาสามารถ สร้างรายได้ ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 200,000 บาท และไม่ได้รับผลกระทบปัญหาราคาข้าวตกต่ำในขณะนี้

 

กลับขึ้นด้านบน