โครงการฟันเทียมพระราชทานช่วยคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุดีขึ้น

โครงการฟันเทียมพระราชทานช่วยคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุดีขึ้น

โครงการฟันเทียมพระราชทานช่วยคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุดีขึ้น

รูปข่าว : โครงการฟันเทียมพระราชทานช่วยคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุดีขึ้น

กระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงห่วงใยพสกนิกรที่ไม่มีฟันกิน หรือบดเคี้ยวอาหาร จนไม่กล้าเข้าสังคมและรับประทานอาหารลำบาก ทำให้กระทรวงสาธารณสุข จัดโครงการฟันเทียมพระราชทานมาตั้งแต่ปี 2547 ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น

นางอุบล บุณยรัตพันธุ์ วัย 75 ปี ประธานชมรมผู้สูงอายุชุมชนทรายทอง ต้องเดินทางมาตรวจสุขภาพฟันและรากฟันเทียมที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี เป็นประจำทุก 6 เดือน หลังจากได้รับการใส่ฟันเทียมในโครงการฟันเทียมพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มากว่า 2 ปี

นางอุบล เล่าว่า สูญเสียฟันตั้งแต่อายุ 45 ปี ช่วงนั้นรู้สึกไม่มั่นใจและรับประทานอาหารลำบาก ทำให้สุขภาพไม่ค่อยดี แต่เมื่อทราบว่ามีโครงการฟันเทียมพระราชทาน ตนเองจึงมาเข้าร่วมในปี 2557 ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น กล้าเข้าสังคมและสุขภาพร่างกายแข็งแรง

จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงรับสั่งว่า "เวลาไม่มีฟัน กินอะไรไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง" นับเป็นจุดเริ่มต้นให้กระทรวงสาธารณสุข จัดทำโครงการฟันเทียมพระราชทานตั้งแต่ปี 2547 โดยให้ทุกสถานพยาบาลในสังกัด สามารถทำฟันเทียมให้ประชาชนโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเป็นหนึ่งในสถานพยาบาลที่ดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน ได้มอบฟันเทียมพระราชทานให้แก่ประชาชนแล้ว 800 คน และยังมีผู้ป่วยรอคิวเข้ารับบริการฟันเทียมประราชทานอีกกว่า 100 คน

ปัญหาสุขภาพช่องปากนับเป็นเรื่องใหญ่ของผู้สูงอายุ จากการสำรวจของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า ผู้สูงอายุร้อยละ 8 หรือกว่า 300,000 คน ไม่มีฟัน ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจ เพราะบางคนไม่กล้าเข้าสังคม แต่หลังจากที่เริ่มดำเนินโครงการฟันเทียมพระราชทานตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน สำรวจพบว่าจำนวนผู้สูงอายุที่ไม่มีฟันลดลงเหลือเพียงร้อยละ 2.5 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อผู้สูงวัย

กว่า 10 ปี ของโครงการฟันเทียมพระราชทาน สามารถดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุไปแล้ว 480,000 คน เฉลี่ยปีละ 45,000 คน นอกจากนี้กองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ายังเพิ่มสิทธิประโยชน์ภายใต้โครงการนี้ ทำให้ประชาชนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากถึง 30,000 บาท ในการทำฟันและรากฟันเทียม

 

กลับขึ้นด้านบน