ทำเนียบฯ คุมเข้มจัดระเบียบสื่อ ไม่มีต้นสังกัดห้ามเข้า

ทำเนียบฯ คุมเข้มจัดระเบียบสื่อ ไม่มีต้นสังกัดห้ามเข้า

ทำเนียบฯ คุมเข้มจัดระเบียบสื่อ ไม่มีต้นสังกัดห้ามเข้า

รูปข่าว : ทำเนียบฯ คุมเข้มจัดระเบียบสื่อ ไม่มีต้นสังกัดห้ามเข้า

ทำเนียบรัฐบาล จัดระเบียบสื่อมวลชนเข้ารายงานข่าว คุมเข้มทำบัตรชั่วคราว ไม่มีต้นสังกัดห้ามเข้า "พล.ท.สรรเสริญ" ปฏิเสธปิดกั้นนักข่าวบางคน แต่เป็นการดำเนินการรักษาความปลอดภัยตามปกติ

วันนี้ (1 พ.ย.2559) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมีวาระสำคัญ ได้แก่ การรับทราบรายงานการอำนวยความสะดวกและมาตรการรักษาความปลอดภัยประชาชนที่เข้ากราบถวายสักการะเบื้องหน้าพระโกศพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม เป็นต้นมา วาระแนวปฏิบัติของภาคธุรกิจ สถานบันเทิง กิจกรรมมหรสพ วิทยุ โทรทัศน์ ที่จะดำเนินการตามปกติ 14 พ.ย.นี้ และวาระพิจารณาอนุมัติเห็นชอบช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวหอมมะลิตามข้อเสนอของ นบข.ตามโครงการสินเชื่อเพื่อรอการขายข้าวเปลือกนาปีโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) วงเงิน 8,600 ล้านบาท ทั้งแนวทางในการช่วยชาวนาที่มียุ้งฉางไว้เก็บข้าว และที่ไม่มียุ้งฉาง

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม ครม.วันนี้ เป็นวันแรกที่ทำเนียบรัฐบาลใช้มาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะการเข้า-ออกสถานที่ราชการที่รัดกุมยิ่งขึ้น ซึ่งเบื้องต้นสื่อมวลชนทั้งหมดยังต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมหนังสือรับรองจากต้นสังกัดเพื่อแลกบัตรผ่านเข้า-ออกชั่วคราวระหว่างรอทำบัตรใหม่ในปี 2560 และสำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดให้เข้า-ออกเพียงแค่ประตู 1 เท่านั้น เพื่อสะดวกที่จะตรวจสอบเป็นรายบุคคล

ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยนี้ถูกกำหนดขึ้นด้วยเจตนาที่ปิดกั้นผู้สื่อข่าวเฉพาะบุคคลนั้น พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธข้อเท็จจริงและชี้แจงว่าเป็นการดำเนินการตามนโยบายการรักษาความปลอดภัยโดยปกติ แต่จำเป็นต้องเคร่งครัดและรัดกุมขึ้น และจากมาตรการที่บังคับใช้นี้ หนึ่งในผู้สื่อข่าวอาวุโส คือ นางยุวดี ธัญศิริ ไม่สามารถเข้ามาทำข่าวได้เหมือนทุกครั้ง เนื่องจากยังไม่มีหนังสือรับรองจากต้นสังกัด และจากที่ได้สอบถามข้อเท็จจริงจากนางยุวดี นางยุวดียอมรับในมาตรการที่ทำเนียบรัฐบาลกำหนดขึ้น แต่ตั้งข้อสังเกตถึงช่องว่างในทางปฏิบัติ เป็นเหตุให้เชื่อได้ว่ามีการเลือกปฏิบัติเกิดขึ้น 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน