ศาลหลวงต้นไทรลุ่มน้ำปากพนัง อนุสรณ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณฯ

ศาลหลวงต้นไทรลุ่มน้ำปากพนัง อนุสรณ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณฯ

ศาลหลวงต้นไทรลุ่มน้ำปากพนัง อนุสรณ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณฯ

รูปข่าว : ศาลหลวงต้นไทรลุ่มน้ำปากพนัง อนุสรณ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณฯ

"ศาลหลวงต้นไทร" ลุ่มน้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช พื้นที่ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อนุสรณ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

 

นายจำนูญ พลายด้วง ชาว ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ย้อนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ แปลงปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2545

นายจำนูญ กราบบังคมทูลถึงเรื่องราวความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของต้นไทรโบราณขนาดใหญ่ที่เติบโตขึ้นขวางแนวขุดคลองชะอวด-แพรกเมือง ใน ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพราะเมื่อเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่จะใช้ตัดต้นไทรเพื่อดำเนินโครงการ เครื่องยนต์ก็มักเกิดดับ ชาวบ้านจึงต้องนำเครื่องเซ่นไหว้มาสักการะ โดย พระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดทรงฟังอย่างสนพระทัยโดยมิได้มองว่าเป็นเรื่องไร้แก่นสาร

 

 

หลังจากคำกราบบังคมทูลของชาวบ้านทำให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการจัดสร้างศาลหลวงขึ้น ตามโบราณราชประเพณี ต่อมาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานงบประมาณผ่านมูลชัยพัฒนา ดำเนินการก่อสร้างขึ้น โดยมี นาวาอากาศเอกอาวุธ เงินชูกลิ่น อดีตอธิบบดีกรมศิลปากร เป็นผู้ออกแบบ เมื่อจัดสร้างแล้วเสร็จ มูลนิธิชัยพัฒนาได้ประสานกองพระพิธี สำนักพระราชวัง คำนวณฤกษ์ศุภมงคลการพิธีตั้งศาลตามฤกษ์ โดยมีพรหมณ์หลวงเป็นผู้ประกอบพิธี เมื่อวันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม ปี 2547

 

 

ปัจจุบันศาลหลวงต้นไทร เป็นที่เคารพสักการะของชาวลุ่มน้ำปากพนัง รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติโดยเฉพาะสิงคโปร์ และมาเลเซีย และยังเป็นอนุสรณ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

 

กลับขึ้นด้านบน