คาดป่วนจังหวัดชายแดนใต้อาจตอบโต้ "คปต.ส่วนหน้า"ลงพื้นที่

คาดป่วนจังหวัดชายแดนใต้อาจตอบโต้ "คปต.ส่วนหน้า"ลงพื้นที่

คาดป่วนจังหวัดชายแดนใต้อาจตอบโต้ "คปต.ส่วนหน้า"ลงพื้นที่

รูปข่าว : คาดป่วนจังหวัดชายแดนใต้อาจตอบโต้ "คปต.ส่วนหน้า"ลงพื้นที่

คณะผู้แทนพิเศษในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) เผชิญกับความท้าทายในการแก้ปัญหา หลังจากลงพื้นที่พบปะกับภาคส่วนต่างๆเมื่อวานนี้ และในช่วงดึกได้เกิดเหตุระเบิดกว่า 10 จุด ซึ่งมีการมองว่า ผู้ก่อเหตุอาจต้องการส่งสัญญาณความไม่พอใจ การทำหน้าที่ของคปต.

สถานีบริการน้ำมัน ปตท.บริเวณสี่แยกดอนยาง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ที่เสียหายจากเหตุระเบิดที่ในคืนที่ผ่านมา (2 พ.ย.) ซึ่งต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมความเสียหายนานกว่า 2 เดือนจึงจะสามารถกลับมาเปิดบริการได้อีกครั้ง แต่สิ่งที่เสียหายไม่น้อยก็คือ ความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการที่สถานีบริการน้ำมันแห่งนี้เปิดมานานกว่า 4 ปีโดยไม่มีเหตุรุนแรงใดๆเกิดขึ้น

นายเจนภพ สุดถนอม ผู้บริหารปั๊มน้ำมันบริเวณสี่แยกดอนยาง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี แห่งนี้ กล่าวว่า อาจต้องใช้เวลานานกว่า 2 เดือนจึงจะสามารถซ่อมแซมกลับมาให้บริการอีกครั้ง ไม่นับรวมกับผลกระทบกับลูกจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่เกือบ 50 ชีวิต ที่ต้องหยุดงานทันทีหลังสิ้นเสียงระเบิด แต่สิ่งนี้ก็ไม่น่ากังวลมากไปกว่าความมั่นใจของลูกค้าที่อาจจะหายไป

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด จ.ปัตตานี ยังตรวจพบ แท่งเหล็กบรรจุเศษชิ้นส่วนประกอบระเบิดซึ่งถูกทาสีทับแสดงข้อความตอบโต้อำนาจรัฐซึ่งเป็นหนึ่งในหลักฐาน หลังจากเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งจะนำมาใช้เป็นวัตถุพยาน เพื่อติดตามผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าริมถนนเพชรเกษม ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานีเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในกว่า 10 จุดที่เกิดเหตุรุนแรงในเวลาไล่เลี่ยกัน

กองทัพภาคที่ 4 จึงเน้นย้ำให้กำลังพลตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เพิ่มการตั้งด่านตรวจไม่ประจำที่ ปรับประสิทธิภาพของกองกำลังประจำถิ่น โดยเฉพาะใน 7 หัวเมืองหลักทางเศรษฐกิจ เพราะเชื่อว่ายังมีความพยายามของคนกลุ่มนี้ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความรุนแรง เพื่อทำลายทรัพย์สินของประชาชนเพื่อท้าทายอำนาจรัฐ และส่วนหนึ่งอาจไม่พอใจ การเอาจริงเอาจังของรัฐบาลที่ตั้งคณะผู้แทนพิเศษ ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ คปต.ส่วนหน้าที่เดินทางลงพื้นที่เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

เหตุก่อกวนเมื่อคืนที่ผ่านมา เกิดขึ้นใน จ.ปัตตานี จ.สงขลา และ จ.นราธิวาส ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายเชิงเศรษฐกิจ ทั้งเหตุยิงหม้อแปลงไฟฟ้า สถานที่ราชการ ระเบิดตู้เอทีเอ็ม ระเบิดร้านสะดวกซื้อ และระเบิดเสาไฟฟ้า ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3คน และบาดเจ็บ 3 คน โดยตลอดทั้งวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ยกระดับการดูแลพื้นที่อย่างเข้มข้นเพื่อป้องกันการสร้างก่อกวนในลักษณะดาวกระจายไปในหลายพื้นที่

 

 

กลับขึ้นด้านบน