ผบ.ทบ.ตรวจกำลังพลสนามหลวง ขอช่วยดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน

ผบ.ทบ.ตรวจกำลังพลสนามหลวง ขอช่วยดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน

ผบ.ทบ.ตรวจกำลังพลสนามหลวง ขอช่วยดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน

รูปข่าว : ผบ.ทบ.ตรวจกำลังพลสนามหลวง ขอช่วยดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน

ผบ.ทบ. ตรวจงาน ให้กำลังใจกำลังพล สนามหลวง ขอช่วยกันสานต่อภารกิจเพื่อชาติอีกยาว รับฟังแผนงาน กองทัพภาค 1 ดูแลพื้นที่โดยรอบ-เข้มแผนงานความปลอดภัย 24 ชม.

วันนี้ ( 4 พ.ย.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.ที่ผ่านมา พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ลงตรวจพื้นที่บริเวณรอบสนามหลวง โดยรับฟังการบรรยายสรุป จากกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยโดยรอบสนามหลวง ในงานพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1

พล.ท.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 รายงานว่า มี 3 ประเด็นที่เกี่ยวข้องในความรับผิดชอบ ได้แก่ 1. แผนงานความสะดวกและความปลอดภัยในการให้บริการรวมทั้งด้านการแพทย์ 2. การอำนวยความสะดวกให้ประชาชน และ 3. การจัดระเบียบคนและคิวต่าง ๆ ทั้งนี้ แผนงานด้านความปลอดภัย มีการกำหนดจุดคัดกรองจำนวน 8 จุด และคัดแยกบุคคลที่ไม่

พึงประสงค์ในการเข้ามาก่ออาชญากรรมได้จำนวนมาก รวมถึงทำให้ทราบจำนวนผู้ที่เข้ามาในสนามหลวงในแต่ละวัน รวมถึงติดตั้งระบบกล้อง CCTV มีจำนวน 1,400 ตัวรอบพื้นที่สนามหลวง และติดตั้งเพิ่มไว้บริเวณประตูทางเข้าสำนักพระราชวัง

ส่วนแผนงานการรองรับประชาชนเดินทางมาสักการะพระบรมศพฯ และแผนงานเตรียมพื้นที่สำหรับการก่อสร้าง พระเมรุมาศ กทม.อยู่ระหว่างการปรับพื้นที่สนามหลวงด้านทิศเหนือ ใกล้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้น จะสร้างเต๊นท์รองรับประชาชนกว่า 20,000 คน ที่จะเดินทางเข้ามารอคิวให้เป็นจุดพักรอคอยสำหรับการเดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สำหรับแผนงานการก่อร้างพระเมรุมาศ จะเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2560 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ประชาชนที่เดินทางเข้ากราบสักการะ พระบรมศพ ระหว่างวันที่ 29 ต.ค.59 - 3 พ.ย.2559 มีจำนวนกว่า 1.6 แสนคน ประชาชนส่วนใหญ่มารอคิวตั้งแต่เวลา 04.00 น. โดยหลายคนมาเป็นกลุ่มจากต่างจังหวัด เพื่อรอเข้าสักการะ ในเวลาประมาณ 05.00 น. และเมื่อถึงเวลาประมาณ 08.00 น. จะมียอดเข้าสักการะพระบรมศพฯ ได้ราววันละ 3,000 คนต่อวัน ส่วนช่วงค่ำหากประชาชนที่ยังค้างอยู่ที่คิวรอคอย ช่วงเวลา 21.00 น.จะพยายามให้เข้าสักการะฯ ได้ทุกคน

ส่วนแผนงานรักษาความปลอดภัยบริเวณท่าเรือเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและดูแลความปลอดภัย มีด้วยกัน 4 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเตียน, ท่าช้าง, ท่ามหาราช และ ท่าพระจันทร์ มี

การดูแลตั้งแต่ช่วงเช้ามืดจนเสร็จสิ้นภารกิจในแต่ละวัน ขณะที่ปัญหาการแทรกคิวนั้น เกิดปัญหาบ้างเล็กน้อยในช่วงแรกแต่ปัจจุบันได้กำหนดให้เริ่มต้นคิวเข้ากราบสักการะพระบรมศพฯ ตั้งแต่ บริเวณทางเข้าสนามหลวง ช่วงศาลฎีกา ละมีเชือกกั้นล้อมขึงไว้ระหว่างทางเดินตามแนวคิว และมีเจ้าหน้าที่กระจายสังเกตการณ์ตามจุดต่างๆทำให้การแทรกคิวทำได้ยาก

ผบ.ทบ.ระบุว่า แม้ขณะนี้การจัดระเบียบจะเข้าที่แล้วส่วนใหญ่ แต่ขอฝากให้ดูถึงการยืนระยะให้ยาวในงานที่ยังมีต่อไป และขอฝากเรื่องกำลังพลที่อาจอ่อนล้าจากการทำงานต่อเนื่องยาว

นาน หรือ อาจเกิดความเครียดได้ ก็จะส่งผลต่อการทำงานได้ เพราะต้องคำนึงถึงแผนงานการทำงานที่เน้นเรื่องความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนปัญหาคนอดอยากนั้น อยากได้ดำเนิน

การจัดระเบียบให้ดี เพราะคนเหล่านี้มีรายได้น้อยอาจให้เขาได้กินบ้างตามสมควร พอเพียง เพราะเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องของเมตตาธรรม ส่วนปัญหาอื่นๆ ที่จะปะปนมากับเรื่องความไม่ปลอดภัย ก็ต้องเข้มงวด อย่าหย่อนยาน

" เรื่องนี้เป็นงานสำคัญของชาติ ต้องเดินหน้าต่อไป และต้องฝากขอให้ทุกท่านดูแลกันไปไม่ให้กำลังพล เจ้าหน้าที่ของเราเหน็ดเหนื่อยล้าหรือเครียดมากเกินไป เพราะต้องทำงานกันต่อไป

ในระยะยาว แต่ก็ขอให้ช่วยดูแลประชาชนอย่าทำให้พี่น้องประชาชนรู้สึกหวาดระแวงอึดอัดใจเข้มงวดเกินไป แต่ก็ขอให้ระวังความปลอดภัยในพื้นที่เป็นหลัก"

กลับขึ้นด้านบน