8 พ.ย.นี้ ลุ้น ปชช.เมืองหลวง สหรัฐฯ ลงมติจัดตั้ง “วอชิงตัน ดี.ซี.” เป็นรัฐที่ 51 หรือไม่

8 พ.ย.นี้ ลุ้น ปชช.เมืองหลวง สหรัฐฯ ลงมติจัดตั้ง “วอชิงตัน ดี.ซี.” เป็นรัฐที่ 51 หรือไม่

8 พ.ย.นี้ ลุ้น ปชช.เมืองหลวง สหรัฐฯ ลงมติจัดตั้ง “วอชิงตัน ดี.ซี.” เป็นรัฐที่ 51 หรือไม่

รูปข่าว : 8 พ.ย.นี้ ลุ้น ปชช.เมืองหลวง สหรัฐฯ ลงมติจัดตั้ง “วอชิงตัน ดี.ซี.” เป็นรัฐที่ 51 หรือไม่

ชาวกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เตรียมความพร้อมในการลงประชามติ ยอมรับหรือไม่ยอมรับต่อการจัดตั้งกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ให้เป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ ในวันที่ 8 พ.ย.นี้

วันนี้ (6 พ.ย. 2559) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มผู้สนับสนุนให้กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตั้งตัวเป็นรัฐใหม่ มองการจัดตั้งกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ให้มีสถานภาพรัฐ จะช่วยทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงของประเทศแห่งนี้ หลุดพ้นจากการเป็นพลเมืองชั้นสองของประเทศ 

โดย ฟิล เมนเดลสัน ประธานสภาเขตปกครองพิเศษโคลัมเบีย เปิดเผยว่า สถานภาพการเป็นรัฐ จะทำให้ประชาชนมีสิทธิและหน้าที่อย่างเท่าเทียมกันกับประชาชนที่อาศัยในรัฐอื่นๆ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกันเข้ามาแทรกแซงประเด็นในระดับท้องถิ่นอีกด้วย

ขณะที่ กลุ่มผู้คัดค้านกับการลงประชามติครั้งนี้ แสดงทัศนะว่า การลงประชามติจะไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีการเล่นพรรคเล่นพวกทางการเมือง และจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเสียก่อนซึ่งมีกระบวนการที่ซับซ้อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานต่ออีกว่า ผู้ใช้สิทธิ์ลงประชามติจะต้องลงมติยอมรับหรือไม่ยอมรับทั้งหมดใน 4 ส่วน ได้แก่ การจัดตั้งรัฐ การกำหนดอาณาเขต การเห็นชอบรัฐธรรมนูญ และการรับรองระบบการปกครอบแบบใช้ผู้แทน

ทั้งนี้ หากการลงประชามติประสบความสำเร็จ รัฐใหม่แห่งนี้จะครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 176 ตารางกิโลเมตร ยกเว้นที่ดินของรัฐบาลกลางรอบบริเวณทำเนียบขาว อาคารรัฐสภา และอุทยานแห่งชาติเนชันแนล มอลล์

การลงประชามติแยกตัวเป็นรัฐใหม่ในครั้งนี้ ได้รูปแบบมาจากรัฐเทนเนสซี ซึ่งเคยจัดการลงประชามติแยกตัวออกจากดินแดนของรัฐบาลกลางในช่วง ค.ศ.1790

ปัจจุบันกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีประชากรทั้งหมด 6.72 แสนคน และยังไม่มีสิทธิ์เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาเข้าไปทำหน้าที่ด้วยตัวเอง แม้ว่าจะต้องจ่ายภาษีให้แก่รัฐบาลกลางก็ตาม

 

กลับขึ้นด้านบน