ฮิลลารี-ทรัมพ์" หาเสียงขับเคี่ยววันสุดท้าย ชี้ชะตาชิงเก้าอี้ทำเนียบขาว

ฮิลลารี-ทรัมพ์" หาเสียงขับเคี่ยววันสุดท้าย ชี้ชะตาชิงเก้าอี้ทำเนียบขาว

ฮิลลารี-ทรัมพ์" หาเสียงขับเคี่ยววันสุดท้าย ชี้ชะตาชิงเก้าอี้ทำเนียบขาว

รูปข่าว : ฮิลลารี-ทรัมพ์" หาเสียงขับเคี่ยววันสุดท้าย ชี้ชะตาชิงเก้าอี้ทำเนียบขาว

"ฮิลลารี-ทรัมพ์" หาเสียงขับเคี่ยววันสุดท้ายศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อังคาร 8 พ.ย. ชี้ชะตาชิงเก้าอี้ทำเนียบขาว ซึ่งต่างฝ่ายต่างมั่นใจในชัยชนะ ขณะที่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นชี้นางคลินตันมีโอกาสมากกว่าทรัมพ์

จับตาโค้งสุดท้ายศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 8 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ นางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครต และนายโดนัลด์ ทรัมพ์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ต่างเดินหน้าหาเสียงอย่างหนักในรัฐที่ไม่ใช่ฐานเสียงของพรรคไหนอย่างชัดเจนหรือที่เรียกว่า "สวิงสเตท"

นางฮิลลารี คลินตัน เริ่มหาเสียงวันสุดท้ายที่เมืองพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ให้คำมั่นกับผู้สนับสนุนว่าหากได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี เธอจะคบคิดทุกวันเมื่อตื่นนอนในทำเนียบขาวว่าจะทำอย่างไรเพื่อขจัดอุปสรรค และสร้างโอากาสให้คนในชาติ

หลังจากนั้นนางคลินตันจะเดินทางไปหาเสียงต่อที่เมืองราลี รัฐนอร์ทแคโรไลนา ก่อนจะกลับไปที่รัฐเพนซิลเวเนีย เพื่อปิดฉากการหาเสียงที่เมืองฟิลาเดลเฟีย โดยจะขึ้นเวทีหาเสียงส่งท้ายพร้อมกับอดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน สามี ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ นางมิเชล โอบามา สตรีหมายเลขหนึ่ง บรูส สปริงทีน และจอน บอง โจวี สองนักร้องเพลงร็อครุ่นใหญ่ชื่อดัง

ด้าน นายโดนัลด์ ทรัมพ์ เริ่มหาเสียงวันสุดท้ายที่เมืองซาราโซตารัฐฟลอริดาและประกาศกับผู้สนับสนุนหลายพันคนที่เข้าร่วมการหาเสียงที่ลานจัดงานของเมืองว่า การเลือกตั้งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทุกคนและขอให้ออกมาใช้สิทธิ์ ทรัมพ์ยังวิพากษ์วิจารณ์สำนักงานสืบสวนกลาง(เอฟบีไอ) ที่ตัดสินใจไม่แจ้งข้อหาความผิดใดๆ กับนางคลินตันจากการรื้อฟื้่นการสอบสวนกรณีการใช้อีเมลส่วนตัวระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ โดยทรัมพ์กล่าวว่าขึ้นอยู่กับชาวอเมริกันที่จะแสดงความยุติธรรมในการเลือกตั้งครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม นายทรัพม์มีแผนหาเสียงวันสุดท้ายใน 5 รัฐรวด ได้แก่ รัฐนอร์ท แคโรไลนา รัฐเพนซิลเวเนีย รัฐนิวแฮมเชียร์ และรัฐมิชิแกน ซึ่งเป็นการหาเสียงแบบมาราธอนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ขณะที่ ผลการสำรวจคะแนนนิยมครั้งล่าสุดของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น พบว่า นางคลินตันนำทรัมพ์ร้อยละ 46 ต่อ 42 โดยสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นระบุว่านางคลินตันมีโอกาสที่ดีกว่าทรัมพ์ในการเลือกตั้งจากการที่มีคะแนนนิยมนำทรัมพ์อยู่เล็กน้อย ในผลโพลส่วนใหญ่ที่ออกมาและได้เปรียบในรัฐที่ไม่ใช่ฐานเสียงหรือสวิงสเตท และยังระบุอีกว่าหากนางคลินตันทำคะแนนได้อย่างเหนียวในรัฐที่เทคะแนนให้กับพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งที่ผ่านมาและคว้าชัยในรัฐสวิงสเตทได้อีก 2 รัฐ ก็มีสิทธิ์ชนะการเลือกตั้ง แต่นางคลินตันมีคะแนนนำทรัมพ์แบบไม่ทิ้งขาดและหากผู้สนับสนุนทรัมพ์ออกมาใช้สิทธิ์กันมาก ขณะที่นางคลินตันได้คะแนนจากผู้สนับสนุนไม่มากพอโอกาสจะตกไปอยู่ที่ทรัมพ์แทน

 

กลับขึ้นด้านบน