วิจัยพบสารเคมีการเกษตรทำลายเซลล์สมองทารก-ส่งผลพัฒนาการช้า

วิจัยพบสารเคมีการเกษตรทำลายเซลล์สมองทารก-ส่งผลพัฒนาการช้า

วิจัยพบสารเคมีการเกษตรทำลายเซลล์สมองทารก-ส่งผลพัฒนาการช้า

รูปข่าว : วิจัยพบสารเคมีการเกษตรทำลายเซลล์สมองทารก-ส่งผลพัฒนาการช้า

ม.ขอนแก่น เปิดเผยผลการวิจัยหญิงตั้งครรภ์ มีความเสี่ยงสูงรับสารเคมีเกษตรเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะ “ สารคลอไฟริฟอส ” ทำลายเซลล์สมองทารกในครรภ์ ทำให้พัฒนาการทางร่างกายช้า

ในการประชุมวิชาการเพื่อเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ปี 2559 วันนี้ ( 8 พ.ย. 2559) ผศ.ดร.สุพัตรา ปรศุพัฒนา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยผลการวิจัยและการการสำรวจการปนเปื้อนสารกำจัดศัตรูพืชในแปลงผัก 27 แห่ง ตลาดสด 106 แห่ง และห้างสรรพสินค้า 1 แห่ง รอบบริเวณกว๊านพะเยา จังหวัดพะ เยา พบว่ามีการปนเปื้อนของสารคลอไพริฟอส มากกว่าร้อยละ 50 โดยตรวจพบมากในกระเทียม มะนาว ผักกาดขาว และ ผักแพว

จากการวิจัยยังพบว่าสารคลอไพริฟอส ส่งผลกระทบรุนแรงต่อร่างกายโดยเฉพาะผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ เพราะสารชนิดนี้ สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ทั้งจากการสัมผัสและรับประทานผักที่มีการปนเปื้อน เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะกระจายเข้าสู่กระแสเลือด ส่งตรงถึงสมอง เข้าทำลายเซลประสาทของทารกได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ทำให้เมื่อเด็กเกิดมามีโอกาสเสี่ยงสูงมาก ที่จะมีพัฒนาการทางด้านร่างกายและจิตใจบกพร่อง จะมีผลต่อการแสดงออกของพฤติกรรมและการเรียนรู้ได้ช้า

นอกจากนี้ การสำรวจการรับสารเคมีชนิดเข้าสู่ร่างการของหญิงตั้งครรภ์ยังพบว่า หญิงตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูงมากกว่าคนทั่วไปที่จะรับสารเคมีชนิดไกลโฟเสท และพาราควอต ซึ่งจะมีผลทำให้เกิดการสะสมในเลือดและมีผลต่อการเกิดโรคมะเร็งได้

ส่วนสถานการณ์การปนเปื้อนสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ที่เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสำรวจในผัก 10 ชนิด และผลไม้ 7 ชนิด ทั้งเป็นสินค้าที่มีฉลาก และสินค้าฉลากเขียว พบมีการปนเปื้อนสารเคมีเกษตรเกินร้อยละ 50 โดยพบมากในพริกแดง คะน้า และถั่วฝั่กยาว ส่วนผลไม้พบสารเคมีตกค้างมากในส้มสายน้ำผึ้ง พบการปนเปื้อนร้อยละ 100 รองลงมาคือฝรั่งและแก้วมังกร

 

กลับขึ้นด้านบน