ธปท.ชี้หนี้เสียในระบบแบงก์ไทยเพิ่มสูงสุดในรอบ 5 ปี

ธปท.ชี้หนี้เสียในระบบแบงก์ไทยเพิ่มสูงสุดในรอบ 5 ปี

ธปท.ชี้หนี้เสียในระบบแบงก์ไทยเพิ่มสูงสุดในรอบ 5 ปี

รูปข่าว : ธปท.ชี้หนี้เสียในระบบแบงก์ไทยเพิ่มสูงสุดในรอบ 5 ปี

ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่วางใจ หนี้เสีย ที่สูงขึ้น และสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยคาดว่าสถานการณ์นี้อาจต่อเนื่องไปถึงปี 2560 โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี และบัตรเครดิต ที่หนี้เสียเพิ่มสูงสุดในรอบ 11 ปี

วานนี้ (10 พ.ย.2559) นายดอน นาครทรรพ อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานสัดส่วนสินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาสที่ 3 ของปี เพิ่มขึ้นระดับร้อยละ 2.89 ซึ่งเพิ่มสูงสุดในรอบ 5 ปี นับจากช่วงไตรมาส 2 ของปี 2554 ที่ร้อยละ 2.95 คิดเป็นมูลหนี้กว่า 3.9 แสนล้านบาท โดยส่วนใหญ่เกิดหนี้เสียเพิ่มขึ้นในกลุ่มเอสเอ็มอีและบัตรเครดิต ที่เพิ่มขึ้นสูงสุด นับจากปี 2548

ขณะเดียวกัน ยังเริ่มพบสัญญาณผิดนัดชำระหนี้ของเอสเอ็มอี เพิ่มขึ้นอยู่ที่จากร้อยละ 2.17 ในไตรมาสก่อน เป็นร้อยละ 2.38 หลังแบงก์ชาติเพิ่มความเข้มงวดในการจัดชั้นคุณภาพหนี้ในระบบสถาบันการเงิน และประเมินแนวโน้มสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในไตรมาส 4 ของปีอาจชะลอ จากการที่ธนาคารพาณิชย์จะเร่งตัดขายหนี้ เพื่อทำบัญชีผลประกอบการทั้งปี แต่โดยข้อเท็จจริงหากภาวะเศรษฐกิจยังฟื้นตัวลักษณะนี้ ก็เชื่อว่าแนวโน้มสินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้ จะยังคงสูงในไตรมาส 1 ของปี 2560

ธนาคารแห่งประเทศไทยยังพบว่า ยอดสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปี 2559 ขยายตัวเพียงร้อยละ 2.4 ต่ำสุดในรอบ 6 ปี ตามภาวะเศรษฐกิจ และภาคธุรกิจ ยังหันไประดมเงินทุนผ่านตราสารหนี้แทนสินเชื่อในระบบที่เพิ่มความรัดกุมในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

จากการบริหารต้นทุนการเงินของธนาคารพาณิชย์ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย ร้อยละ 0.3 เท่านั้น การปรับลดลงของค่าธรรมเนียมโดยรวม ก็ถือเป็นทิศทางปกติ และภาพรวมฐานะการเงินในระบบธนาคารพาณิชย์ ยังมีเสถียรภาพ และอัตราอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) สูงกว่าเกณฑ์แบงก์ชาติกำหนดมาก

ทั้งนี้นายดอน ยอมรับว่า กำไรสุทธิที่ลดลงเช่นนี้ กดดันให้การเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยเงินฝาก ให้ใกล้เคียงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่ประกาศคงที่ที่ร้อยละ 1.5 นานกว่า 12 รอบนั้น จะเกิดขึ้นได้ยากมากขึ้นซึ่งจะกระทบผู้ออมเงิน

 

กลับขึ้นด้านบน