ท้อแต่ไม่ถอย ย้อนรอยเส้นทางนักแบดมินตัน "สอง ทนงศักดิ์"

ท้อแต่ไม่ถอย ย้อนรอยเส้นทางนักแบดมินตัน "สอง ทนงศักดิ์"

ท้อแต่ไม่ถอย ย้อนรอยเส้นทางนักแบดมินตัน "สอง ทนงศักดิ์"

24 ต.ค.2559 ขณะที่คนไทยอยู่ในห้วงแห่งความโศกเศร้าต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นักกีฬาไทยคนหนึ่งได้นำความสุขเล็กๆ ให้ประเทศชาติด้วยการคว้าแชมป์แบดมินตันชายเดี่ยวระดับ ซูเปอร์ซีรีส์ พรีเมียร์ ที่ประเทศเดนมาร์คได้สำเร็จ

รูปข่าว : ท้อแต่ไม่ถอย ย้อนรอยเส้นทางนักแบดมินตัน "สอง ทนงศักดิ์"

นักกีฬาคนนั้นคือ "ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข" นักแบดมินตันชายไทยวัย 26 ปี ซึ่งเอาชนะนักกีฬาจากเกาหลีใต้ คว้าแชมป์แบดมินตันรายการ "เดนมาร์ค โอเพ่น" สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นนักแบดมินตันไทยคนแรก ที่คว้าแชมป์ชายเดี่ยวระดับซูเปอร์ซีรีส์

ภาพของทนงศักดิ์หรือ "สอง" ประนมมือไหว้และกราบพื้นสนามยังติดตาผู้ชมหลายคน เมื่อขึ้นรับรางวัลเขาก็ถือพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และเมื่อให้สัมภาษณ์พิธีกรในสนามหลังคว้าแชมป์ ทนงศักดิ์ก็ให้สัมภาษณ์ว่า "แชมป์นี้เพื่อในหลวงของผมครับ"

เว็บไซต์ทางการของการแข่งขันแบดมินตันเดนมาร์ค โอเพ่น กล่าวถึงทนงศักดิ์ว่าเขาเป็นนักกีฬาที่สร้าง "เซอร์ไพรส์" ตลอดการแข่งขันรายการนี้

"ก่อนจะคว้าแชมป์รายการนี้แทบไม่มีใครรู้จักเขา เขาไม่ใช่คนดังในวงการแบดมินตัน และยิ่งไปกว่านั้น เขาเดินทางมาแข่งขันรายการนี้เพียงลำพัง ไม่มีโค้ชคอยให้คำแนะนำข้างสนาม"

เส้นทางนักกีฬาแบดมินตันของทนงศักดิ์เรียกได้ว่าแตกต่างจากนักกีฬาคนอื่นๆ อยู่ไม่น้อย เขาเคยอยู่ในสังกัดของสมาคมและสโมสรแกรนด์นูลาร์ แต่จากแนวทางการฝึกซ้อมที่ไม่ตรงกันทำให้ ทนงศักดิ์เลือกที่จะเดินออกมาฝึกซ้อมด้วยตัวเอง แม้จะมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ทั้งการจ้าง "จูโด เฮอร์มาวาน" โค้ชชาวอินโดนีเซียเข้ามาช่วยดูแลการฝึกซ้อม รวมถึงค่าเดินทางและค่าสมัครลงแข่งขันในต่างแดนที่สูงเกือบหลักแสน แต่ด้วยแรงสนับสนุนและความเชื่อมั่นจากครอบครัว ทำให้ทนงศักดิ์ประสบความสำเร็จด้วยแนวทางที่ไม่เหมือนใคร

"บางทีก็ท้อนะครับ เพราะเหมือนว่าเราดูแลตัวเองทุกอย่าง บางทีมันก็เหนื่อย มีโมเมนท์ที่จะเลิกเล่นเหมือนกันครับ แต่ก็กลับมาได้ และพยายามอยู่ตรงนี้ให้ได้ ผมได้รับความสนับสนุนจากครอบครัวมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเด็กๆ ครอบครัวสนับสนุนผมทุกเรื่อง" ทนงศักดิ์กล่าว

หลังจากการคว้าแชมป์ที่เดนมาร์ค ทนงศักดิ์พยายามหาผู้สนับสนุนเข้ามาช่วยเหลือ โดยหวังว่าจะทุนดึงทีมงานผู้ฝึกสอนเดินทางไปด้วยยามที่ต้องลงแข่งในต่างประเทศ เพื่อทำผลงานในทัวร์นาเมนท์ระดับนานาชาติให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

"ผมคิดว่าโค้ชมีส่วนสำคัญมาก เพราะเวลาที่ผมไปแข่งคนเดียวโดยไม่มีโค้ช มันต้องทำทุกอย่างเอง คิดเองทุกอย่าง บางทีก็เหนื่อยมากครับ ถ้ามีโค้ชไปด้วย เขาอาจจะมองเห็นจุดอ่อนที่ผมมองไม่เห็นและคงช่วยผมได้ในเกม"

เขายอมรับว่าหลังสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ที่เดนมาร์ก ชีวิตเขาเปลี่ยนไปจากเดิมโดยเฉพาะในแง่ที่มีคนรู้จักมากขึ้น

"หลังได้แชมป์ที่เดนมาร์ก ชีวิตเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก มีคนรู้จักมากขึ้น ทำให้เราต้องพยายามพัฒนาตัวเองให้ดีเท่าเดิมหรือมากกว่า" ทนงศักดิ์กล่าว

รายการต่อไปที่ทนงศักดิ์จะเข้าร่วมการแข่งขัน คือรายการระดับ ซูเปอร์ซีรีส์ พรีเมียร์ "ไชน่า โอเพ่น" ซึ่งตั้งเป้าขอเข้าให้ถึงรอบรองชนะเลิศ ส่วนสิ่งที่ตั้งใจและอยากทำให้ได้ในตอนนี้ คือการติดมือวาง 5 อันดับแรกของโลกให้ได้ ก่อนเดือนมิถุนายนปี 2560

 

 

กลับขึ้นด้านบน