"คลัง" เร่งกดดันเจ้าหนี้นอกระบบเข้าระบบ ห้ามคิดดอกเบี้ยเกินกำหนด

"คลัง" เร่งกดดันเจ้าหนี้นอกระบบเข้าระบบ ห้ามคิดดอกเบี้ยเกินกำหนด

"คลัง" เร่งกดดันเจ้าหนี้นอกระบบเข้าระบบ ห้ามคิดดอกเบี้ยเกินกำหนด

รูปข่าว : "คลัง" เร่งกดดันเจ้าหนี้นอกระบบเข้าระบบ ห้ามคิดดอกเบี้ยเกินกำหนด

ปลัดกระทรวงการคลังหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งเป้าดึงเจ้าหนี้นอกระบบให้เข้าสู่ระบบ โดยอนุญาตให้ปล่อยกู้ให้กับลูกหนี้ภายในจังหวัดเท่านั้น และห้ามคิดดอกเบี้ยเกินที่กฎหมายกำหนดไว้

วานนี้ (14 พ.ย.) นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการ ประชุมคณะกรรมการการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ารับทราบแนวทางปฏิบัติ หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแพคเกจมาตรแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างครบวงจร

พร้อมเตรียมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองลงพื้นที่พบเจ้าหนี้นอกระบบทั่วประเทศ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับ กฎหมายที่กระทรวงยุติธรรมเสนอปรับปรุง และเพิ่มบทลงโทษผู้ที่คิดดอกเบี้ยเกินกำหนด และเสนอทางเลือกให้เข้าระบบผ่านการจดทะเบียนเป็นผู้ปล่อยกู้ท้องถิ่นอย่างถูกต้อง หรือ พิคโค่ไฟแนนซ์ (Pico Finance)

"มติคณะรัฐมนตรียังกำหนดให้ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตั้งหน่วยงานถาวรเพื่อดูแลปัญหาหนี้นอกระบบของลูกค้า และรับจดทะเบียนเจ้าหนี้นอกระบบที่สนใจเข้าระบบพิโค่ไฟแนนซ์ ตลอดจน มีช่องให้บริการให้คำปรึกษาลูกหนี้นอกระบบ พร้อมประสานขอความร่วมมือบริษัทเอกชน ช่วยฟื้นฟูอาชีพให้ลูกหนี้กลุ่มนี้ด้วย" นายสมชัยกล่าว

ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลังประเมินว่า อาจมีเจ้าหนี้นอกระบบเข้าพิโค่ไฟแนนซ์ทั่วประเทศ ประมาณ 100 คน หลังมาตรการนาโนไฟแนนซ์ (Nano Finance)ไม่ประสบความสำเร็จ

สำหรับเงื่อนไขการจดทะเบียนเป็นผู้ปล่อยกู้พิโค่ไฟแนนซ์นั้น ต้องมีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ปล่อยกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท และสามารถเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมรวมกันแล้วเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงไม่เกินร้อยละ 36 ต่อปี แต่ไม่สามารถระดมทุนจากประชาชนได้

ด้าน รศ.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การปราบปรามหนี้นอกระบบโดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ทางแก้ปัญหา เพราะผู้กู้หนี้นอกระบบ เป็นกลุ่มที่ระบบสถาบันการเงินไม่ยอมรับ ดังนั้นทางออกที่ดี ควรเป็นการรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์ หรือ ธนาคารคนจน โดยอาศัยเครือข่ายทางสังคมเป็นตัวขับเคลื่อน

กลับขึ้นด้านบน