วิเคราะห์ บ.ทุ่งคำ ฟ้องนักข่าวพลเมือง

วิเคราะห์ บ.ทุ่งคำ ฟ้องนักข่าวพลเมือง

วิเคราะห์ บ.ทุ่งคำ ฟ้องนักข่าวพลเมือง

รูปข่าว : วิเคราะห์ บ.ทุ่งคำ ฟ้องนักข่าวพลเมือง

กว่า 1 ปีแล้วที่ไทยพีบีเอส ถูกบริษัททุ่งคำ จำกัด ผู้ได้รับอนุญาตทำสัมปทานเหมืองทองจังหวัดเลย ฟ้องร้อง ในข้อหาหมิ่นประมาทพร้อมเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท ซึ่งวันนี้ศาลอาญาจะพิจารณาว่ารับฟ้องหรือไม่

กว่า 1 ปีแล้วที่ไทยพีบีเอส ถูกบริษัททุ่งคำ จำกัด ผู้ได้รับอนุญาตทำสัมปทานเหมืองทองจังหวัดเลย ฟ้องร้อง ในข้อหาหมิ่นประมาทพร้อมเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท ซึ่งวันนี้ศาลอาญาจะพิจารณาว่ารับฟ้องหรือไม่

การยื่นฟ้องครั้งนี้ เกิดจากกรณีนำเสนอข่าวในช่วงนักข่าวพลเมือง ตอน ค่ายเยาวชนฮักบ้านเจ้าของ ที่น่าสนใจคือ บริษัททุ่งคำ ไม่ได้ฟ้องเฉพาะองค์กรและบุคคลากร ในวิชาชีพสื่อมวลชนเท่านั้น โดย บริษัททุ่งคำ ได้ดำเนินการฟ้องร้องเยาวชนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผลิตชิ้นงานดังกล่าวด้วย หลังนักข่าวพลเมือง ตอน ค่ายเยาวชนฮักบ้านเจ้าของ ออกอากาศไปในช่วงข่าวค่ำ เมื่อวันที่ 1 ก.ย.58

ลำดับเหตุการณ์ บ.ทุ่งคำฟ้อง นักข่าวพลเมือง

3 วันหลังออกอากาศ เยาวชนนักข่าวพลเมือง ให้ข้อมูลว่า หลังเลิกเรียน ผู้ใหญ่บ้านภูทับฟ้าพัฒนา ได้มาหาที่บ้าน โดยขอดูบัตรประชาชนและถ่ายรูปเก็บไว้ พร้อมชี้แจงว่าจะต้องเอาไปส่งให้ ทางบริษัททุ่งคำ จำกัด

6 ก.ย. 58 เยาวชนนักข่าวพลเมือง โรงเรียนศรีสงคราม และสมาชิกในครอบครัว ไปพบกับบ้านผู้ใหญ่บ้านภูทับฟ้าพัฒนา ตัวแทนของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด 3 คน และรองนายก อบต.เขาหลวง

14 ก.ย.58 เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม คณะผู้จัดค่าย จัดแถลงข่าวประกาศปกป้องเยาวชนนักข่าวพลเมือง พร้อมตั้งคำถามกับสังคมไทยว่า "หากการจัดค่ายเยาวชน ที่มีเจตนาและวัตถุประสงค์ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาเยาวชน ให้รักถิ่นฐานบ้านเกิด กลับถูกคุกคาม คัดค้าน โดยผู้มีอำนาจ แล้วสังคมไทยจะหลงเหลือเสรีภาพให้ทำอะไรอย่างอื่นอีกได้บ้าง"

19 พ.ย. 58 เจ้าหน้าที่ไทยพีบีเอส ได้รับหมายนัดไต่ส่วนมูลฟ้อง ลงวันที่ 12 พ.ย.58 บริษัท ทุ่งคำ เป็นโจทก์ ได้ยืนฟ้อง ส.ส.ท. และบุคลากรขององค์กรรวมทั้งหมด 5 ราย เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท นัดไต่สวนมูลฟ้อง 21 มี.ค. 58

27 พ.ย.บริษัททุ่งคำ จำกัด ยื่นขอขออนุญาตฟ้องเยาวชนคนดังกล่าว ต่อสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลยกลางเดือนธันวาคมปี 2558 สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ออกแถลงการณ์ เสนอให้บริษัททุ่งคำ จำกัด ทบทวนการฟ้องคดีเยาวชน ให้เหลือเฉพาะในส่วนของไทยพีบีเอสและคณะ โดยในวันเดียวกัน ผอ.สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย ลงพื้นที่พบ เยาวชนนักข่าวพลเมืองและครอบครัว คดีการรายงานข่าวของเยาวชน กรณีเดียวแต่ไม่ได้มีการขออนุญาตฟ้องต่อสถานพินิจเท่านั้นเพราะเดือนเดียวกัน บริษัทแจ้งความดำเนินคดีกับเยาวชนที่สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี โดยระบุให้เดินทางไปที่ สน.มีนบุรี ในวันที่ 30 ธ.ค. 58

30 ธ.ค. 58 เลื่อนสอบ 'เยาวชนนักข่าวพลเมือง' และ รอง ผกก.สน.มีนบุรี เผยคดีอยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐาน

ขณะที่ กรณีกระบวนการไต่สวนมูลฟ้อง คดีของThaiPBS และบุคคลากร หลังจากที่กลางเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่ไทยพีบีเอส ได้รับหมายนัดไต่ส่วนมูลฟ้อง

21 มี.ค. 59 ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง ครั้งที่ 1

30 พ.ค.- 25 ก.ค. 59 ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง พยานโจทก์คนที่ 1 นายสรพงษ์ ลิมปัชโยพาส ตำแหน่งรักษาการ กรรมการบริษัท ทุ่งคำ จำกัด จำนวน3ครั้ง 3 ต.ค. 59 ศาลให้ทนายโจทก์ถามติงต่อ พยานโจทก์คนที่ 1 และนัดไต่สวนมูลฟ้อง พยานโจทก์คนที่ 2

10 ต.ค.59 นัดไต่สวนมูลฟ้อง พยานโจทก์คนที่ 2 อีกครั้ง แต่พยานไม่มาศาลแถลงคดีเสร็จสิ้นการไต่สวนคดีนี้ วันนี้ 16 พ.ย.59 ศาลนัดฟังคำสั่งรับฟ้อง-ไม่รับฟ้อง ที่ศาลาอาญารัชดา

ก่อนที่จะมีผลการพิพากษาออกมาในวันนี้ ...จุดเริ่มต้นของคดีความในครั้งนี้ ก็คือผลงานของเยาวชน นักข่าวพลเมืองจาก ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ที่ออกอากาศทางไทยพีบีเอส ซี่งเป็นรายงานข่าวกิจกรรมค่ายเยาวชนซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้และเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนของตัวเอง การถูกฟ้องครั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะไทยพีบีเอส บอกว่า เป็นการถูกฟ้องครั้งแรกของนักข่าวพลเมือง นับตั้งแต่ไทยพีบีเอสมีการเปิดพื้นที่ให้ภาคพลเมืองได้สื่อสารในประเด็นสาธาณะมาไม่น้อยกว่า 8 ปี คือตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2551

การให้พื้นที่ของภาคพลเมืองได้สื่อสารในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชุมชนหรือสังคมของตัวเองออกสู่สาธารณะมีมีความเกี่ยวพันโดยตรงกับพันธกิจของสื่อสาธารธณะอย่างไทยพีบีเอส ซึ่งนายแสงชัย รัตนเสรีวงษ์ ทนายความในคดีนี้ระบุว่า นี่คือส่วนสำคัญที่ทำให้สื่อสาธารณะมีความแตกต่างจากสื่อทั่วไป

สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ทำให้ เมื่อวานนี้ (15 พ.ย.2559) มีความเคลื่อนไหวของเครือข่ายองค์กรต่างๆ โดยองค์กรฟอร์ติฟายไรท์ ร่วมกับองค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ 14 องค์กร แถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยคุ้มครอง เสรีภาพสื่อและการทำงานของนักข่าวโดยให้บริษัทเพิกถอนการดำเนินคดีต่อสื่อมวลชนอย่างไร้เงื่อนไข พร้อมแสดงความกังวลว่า การใช้กฏหมายหมิ่นประมาททางอาญา จะไปจำกัดความเห็น เสรีภาพและคุกคามนักสิทธมนุษยชนและสื่อมวลชน

เรื่องที่เกิดขึ้น ส่งผลสะเทือนทั้งด้านสิทธิเด็กและเสรีภาพสื่อมวลชนด้วย แต่ยังไงก่อนเที่ยงวันนี้ ต้องติดตามความคืบหน้าว่าศาลจะมีคำสั่ง รับหรือไม่รับฟ้อง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสและบุคลากรรม 5 ราย หรือไม่

 

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน