แฟนคลับเกาหลีไทยเศร้า เพจดังยุติการแปลซีรีส์

แฟนคลับเกาหลีไทยเศร้า เพจดังยุติการแปลซีรีส์

แฟนคลับเกาหลีไทยเศร้า เพจดังยุติการแปลซีรีส์

ไทยติด 1 ใน 4 ชาติรองจากจีน ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซีรีส์เกาหลี ส่งผลเพจยอดฮิต ต้องงดแปลซับไตเติ้ลไทย

รูปข่าว : แฟนคลับเกาหลีไทยเศร้า เพจดังยุติการแปลซีรีส์

กรณีเพจดังยุติการทำ ซับไตเติ้ล ของซีรีส์เกาหลี เนื่องจากติดปัญหาลิขสิทธิ์ของทางต้นสัง กัด ส่งผลกระทบต่อคนไทยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบสื่อบันเทิงเกาหลีใต้ โดยเฉพาะแฟนคลับซีรีส์เกาหลี


ผู้สื่อข่าวสำรวจปฏิกิริยาแฟนคลับ หลายคนออกมาวิเคราะห์ สาเหตุที่ทางเพจดังยุติการแปลซับไตเติ้ลไทย  เนื่องจากอาจเป็นที่จับตามอง เพราะมีการแปลอย่างต่อเนื่อง หรือทางต้นสัง กัด อยากให้เข้าระบบที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ แต่ ส่วนใหญ่ก็เข้าใจปัญหา


น.ส.วราภรณ์ บัณฑิตโกมล ผู้ติดตามซีรีย์เกาหลี จากเพจที่ถูกปิด บอกว่า รู้สึกเสียดาย แต่เข้าใจเรื่องของลิขสิทธิ์ต้นสังกัดที่ต้องเคารพตามกฎหมายเช่นกัน หลังจากที่เพจดังกล่าวยุติไป 

โดยแฟนคลับหลายคนก็ออกมาวิเคราะห์สาเหตุต่าง ๆ นานา อย่างเพจ Drama Schedule เพจรายงานการออกอากาศของละครเกาหลี โพสต์ข้อความว่า น่าจะเป็นการเตรียมการมาจากทางเกาหลีมากกว่าและตอนนี้ทางมาเลเซีย และสิงคโปร์ ก็เพิ่งเปิดตัวเว็ป www.viu.com 

เพราะเป็นเว็ปดูซีรี่ส์ถูกลิขสิทธิ์ดูฟรี พร้อมคำบรรยายภาษาท้องถิ่น และมองว่าช่องทีวีไทย ที่ซื้อลิขสิทธิ์มาไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ มีรายงานว่า เว็บนี้มีซับไทยแล้วแต่ ไม่อนุญาตให้เซิร์ฟเวอร์ไทยเข้าเว็บได้ หลายคนบอกงงเช่นกัน แต่คาดว่าคงมีแนวโน้มจะเข้าไทยเร็ว ๆ นี้

 ขณะที่แฟนคลับอีก 2 รายคือ สุชาดา รูปานนท์ และ จิราภรณ์ หมายเมฆ บอกว่า สาเหตุที่ชอบติดตามซีรีส์เกาหลี เพราะเนื้อเรื่องมีเสน่ห์น่าติดตาม สอดแทรกเนื้อหาวิถีชีวิต และวัฒน ธรรมได้อย่างน่าสนใจ หลายคนบอกติดตามมานานถึง 10 ปี แล้ว ตอนนี้ก็เรียนรู้ภาษาเกาหลีได้ ฟังและสื่อสารในระดับหนึ่งจากการดูซีรีส์


ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า คณะกรรมการการศึกษา วัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวแห่งรัฐสภาเกาหลี ได้เสนอข้อมูลการละเมิดลิขสิทธิ์ในต่างประเทศตั้งแต่ปี 2013 พบว่ามีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆมีการดำเนินคดีกับผู้ที่นำผลงานบันเทิงของเกาหลีไปเผยแพร่อย่างผิดกฎหมายในต่างประเทศทั้งหมด 92 คดี และก็เพิ่มขึ้นเป็น 153 คดี ในปี 2015 และเพียงแค่ 6 เดือนแรกของปีนี้ก็พบ 194 คดี

ส่วนใหญ่จะพบในจีน มากที่สุด รองลงมาเป็น ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม กรณีนี้เป็นเรื่องที่เกาหลีใต้กังวลอย่างมาก จึงต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดไม่เช่นนั้น จะกระทบอุตสาหกรรมการผลิตสื่อบันเทิงในประเทศได้

กลับขึ้นด้านบน