เปิดตัวแคมเปญรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี

เปิดตัวแคมเปญรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี

เปิดตัวแคมเปญรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี

รูปข่าว : เปิดตัวแคมเปญรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี

เดือนพฤศจิกายน เป็นเดือนแห่งการรณรงค์เพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก โดยในปี 2559 มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เปิดตัวแคมเปญ "หยุดระบบคิดชายเป็นใหญ่ หยุดความรุนแรงทำลายครอบครัว"

การจำลองสถานการณ์ให้ผู้ชายมีรอยฟกซ้ำที่ร่างกาย อุ้มลูก เลี้ยงลูก พร้อมยกมือที่มีข้อความว่า "STOP" เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่กลุ่มเครือข่ายที่ทำงานด้านการยุติความรุนแรงในครอบครัว ต้องการสะท้อนให้ผู้ชายได้เข้าใจถึงหัวอกผู้หญิงที่ต้องแบกรับภาระต่างๆในครอบครัวและแบกรับการถูกกระทำความรุนแรง พร้อมทั้งเป็นการเปิดตัว "Man Can Do Stop Violence" หยุดระบบคิดชายเป็นใหญ่ หยุดความรุนแรงทำลายครอบครัว

น.ส.อุสุมา เกตุท่าหัก เจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เปิดเผยผลสำรวจ "ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและความคิดแบบชายเป็นใหญ่" โดยสำรวจในกลุ่มผู้ชาย จำนวน 1,617 ตัวอย่าง อายุ 20-35 ปี พบว่า ผู้ชายกว่าร้อยละ 80 เคยพูดตะคอกเสียงดังต่อภรรยาและคนรัก, ร้อยละ 74.7 มักจะใช้คำหยาบคายเมื่อโมโห ชอบระบายอารมณ์, ร้อยละ 71.7 แอบมีกิ๊ก คบกับผู้หญิงหลายคน เผื่อเลือก

เมื่อเกิดอารมณ์โมโห สิ่งที่ผู้ชายเลือกทำคือ ร้อยละ 57.3 ทำลายข้าวของในบ้าน, ร้อยละ 68.9 ออกไปดื่มเหล้านอกบ้าน ที่น่าห่วงคือร้อยละ 44.8 เมื่อดื่มเหล้าจนเมาแล้วจะทำร้ายภรรยาหรือแฟน, ร้อยละ 42.4 ยังบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย

นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เห็นว่าผลสำรวจนี้สะท้อนถึงความรุนแรงในครอบครัวยังคงอยู่ในสังคมไทย ข้อเสนอสำคัญในการแก้ปัญหาคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรรณรงค์ปรับเปลี่ยนทัศนคติระบบคิดแบบชายเป็นใหญ่ สร้างความเข้าใจการเท่าเทียมระหว่างเพศ การเคารพสิทธิเนื้อตัวร่างกาย เพื่อยุติการใช้ความรุนแรงต่อเด็กและสตรีอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังเชิญชวนให้เขียนคำว่า STOP บนฝ่ามือ ถ่ายรูปและติดแฮชแท็ก menstopviolence เพื่อเป็นการแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก

 

กลับขึ้นด้านบน