คนจนเฮ ครม.ไฟเขียวแจกเงินของขวัญปีใหม่ 1,500 - 3,000 บาท

คนจนเฮ ครม.ไฟเขียวแจกเงินของขวัญปีใหม่ 1,500 - 3,000 บาท

คนจนเฮ ครม.ไฟเขียวแจกเงินของขวัญปีใหม่ 1,500 - 3,000 บาท

รูปข่าว : คนจนเฮ ครม.ไฟเขียวแจกเงินของขวัญปีใหม่ 1,500 - 3,000 บาท

รัฐบาลใจป้ำ แจกเงินอัดฉีดรายละ 1,500 - 3,000 บาท โอนเข้าบัญชีคนมีรายได้น้อยที่ขึ้นทะเบียน 8 ล้านคน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดต้องใช้เงิน 2 หมื่นล้านบาท

หลังจากกระทรวงการคลัง มีการนำเสนอแแนวคิดในการกระตุ้นกำลังซื้อช่วงสุดท้ายปลายปีโดยการลดภาษีให้กลุ่มคนชนชั้นกลางไปแล้ว วันนี้ (22 พ.ย.2559) กระทรวงการคลัง ยังมีมาตรการเพิ่มที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติ เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อขอรับสวัสดิการรัฐ มาก่อนหน้านี้ โดยจะแจกเงิน เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่

รายงานข่าวจาก กระทรวงการคลัง ระบุว่า แนวคิดที่จะมอบสวัสดิการให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียน เพื่อขอรับสวัสดิการจากรัฐจำนวน 8 ล้านคน ในจำนวนนี้ 3 ล้านคน เป็นเกษตรกรที่มีรายได้น้อย และมีผู้ที่ประกอบอาชีพอื่นอีกประมาณ 5 ล้านคน

ทั้งนี้ผู้มีรายได้น้อยที่เป็นเกษตรกรจะได้รับเงินช่วยเหลือในวงเงินราว 6,000 ล้านบาท โดยกำหนดให้เกษตรกรที่มีรายได้เกินกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ได้เงินช่วยเหลือ 1,500 บาท หากรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จะได้เงิน ช่วยเหลือ 3,000 บาท

สำหรับผู้มีรายได้น้อย 5 ล้านคนที่เหลือนั้น กระทรวงการคลัง มองว่าควรที่ได้รับการช่วยเหลือในเงื่อนไขเดียวกัน คาดว่าจะใช้เงินกว่า 10,000 ล้านบาท หากรวมเม็ดเงิน 2 ส่วน ที่จะช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้ น้อยจะเป็นเงินกว่า 16,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ผู้มีรายได้น้อย ได้ประ โยชน์กว่า 8 ล้านคน คาดว่าจะนำมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วงปลายปีได้ในระดับหนึ่ง เมื่อ คนกลุ่มนี้ได้เงินไปจะนำเงินไป ใช้จ่ายทันที

หากย้อนกลับไปดูมาตรการดังกล่าวจะใกล้เคียงกับมาตรการเช็คช่วยชาติในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเข้ามาบริหารประเทศในช่วงที่เกิดวิกฤติซับไพร์ม จีดีพีประเทศหดตัว จึงจำเป็นต้องอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบโดยเร็ว จึงเลือกใช้วิธีแจกเงินให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน

โดยจำนวนนี้เป็นแรงงานในระบบประกันสังคม และเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวม 9.7 ล้านคน คิดเป็นเงิน 20,000 ล้านบาท จะช่วยจีดีพีให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 แต่การแจกเงินดังกล่าวทำผ่านช่องทางการจ่ายเช็คที่จำกัดเพียงธนาคารเดียว คือ ธนาคารกรุงเทพ ดังนั้นจึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ ประเด็นเรื่องการเอื้อประโยชน์ให้ธนาคารกรุงเทพ ได้ค่าธรรมเนียม และฐานลูกค้ารวมทั้งการแจกเงินดังกล่าวเกษตรกรไม่ได้รับประโยชน์มีเพียงแรงงานในระบบเท่านั้นที่ ได้รับเงิน

สำหรับการแจกเงินในรอบนี้ของรัฐบาล จึงค่อนข้างวางกรอบเพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าว โดยสร้างฐานข้อมูลใหม่ผ่านการลงทะเบียนมีการคัดกรองข้อมูล มีการช่วยเหลือกระจายไปในกลุ่มหลากหลายอาชีพ และช่องทางการจ่ายเงินจะโอนผ่าน 3 ธนาคารรัฐ คือ กรุงไทย ออมสินและ ธ.ก.ส. ซึ่งปิดความเสี่ยงเรื่องการเอื้อเอกชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมครม.มีมติห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีให้กับประชาชน ภายในเดือนธันวาคมนี้

ทั้งนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าข้อกฎหมายเปิดช่องให้ดำเนินการได้ และเชื่อมั่นว่า จะส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบ

กลับขึ้นด้านบน