นักวิจัยชี้ แผ่นดินไหวญี่ปุ่น-นิวซีแลนด์ ไม่กระทบไทย

นักวิจัยชี้ แผ่นดินไหวญี่ปุ่น-นิวซีแลนด์ ไม่กระทบไทย

นักวิจัยชี้ แผ่นดินไหวญี่ปุ่น-นิวซีแลนด์ ไม่กระทบไทย

รูปข่าว : นักวิจัยชี้ แผ่นดินไหวญี่ปุ่น-นิวซีแลนด์ ไม่กระทบไทย

ชี้ 2 เหตุการณ์ไม่เชื่อมโยงกัน แต่อยู่ในแนว " วงแหวนแห่งไฟ" ยืนยันไม่ส่งผลกระทบกับไทย คาดอาจเป็นอาฟเตอร์ช็อกของปี 2554 ส่วนไทย ต้องระวังแผ่นดินไหวขนาดกลางแบบที่เคยเกิดเชียงราย

กรณีเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.4 ในทะเลทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น เมื่อเช้าวัน 22 พฤศจิกายน 2559 ทำให้รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนทั่วประเทศญี่ปุ่น และเกิดคลื่นสึนามิขนาดเล็กในบริเวณใกล้เคียง

วันนี้ (22 พ.ย.2559) ผศ. ดร.ภาสกร ปนานนท์ นักวิจัยชุดโครงการลดภัยพิบัติแผ่นดินไหวในประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สังกัดภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่า สาเหตุของแผ่นดินไหวครั้งนี้

เนื่องจากบริเวณหมู่เกาะในประเทศญี่ปุ่น อยู่บริเวณขอบด้านตะวันตกของวงแหวนแห่งไฟ
ซึ่งเป็นแนวการชนกันของแผ่นเปลือกโลก เป็นบริเวณที่มีการมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกหลายแผ่น ได้แก่ แผ่นแปซิฟิก แผ่นยูเรเชีย แผ่นฟิลิปปินส์ และแผ่นอเมริกาเหนือ ซึ่งมีการชนกัน และมุดตัวกันไปมาทำให้มีการสะสมพลังงานจำนวนมาก และเกิดแผ่นดินไหวขนาดปานกลางถึงขนาดใหญ่มาโดยตลอด

โดยบริเวณนี้เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มากถึง 9.0 ในปี พ.ศ. 2554 ส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ และเกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ทั้งยังทำให้เกิดความเสียหายอย่างสิ้นเชิงต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีกด้วย ซึ่งนักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มเชื่อว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นแผ่นดินไหวตามหรืออาฟเตอร์ช็อกของแผ่นดินขนาด 9.0 ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

นักวิจัย สกว. กล่าวว่า ถ้าเปรียบเทียบแผ่นดินไหวสองครั้งนี้ จะพบว่าแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ปี พ.ศ. 2554 มีขนาดใหญ่กว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้ประมาณ 100 เท่า และปล่อยพลังงานออกมามากกว่าเกือบ 1,000 เท่า ทำให้เกิดคลื่นสึนามิสูงสุดมากกว่า 30 เมตร ขณะที่แผ่นดินไหวครั้งนี้ ทำให้เกิดคลื่นสึนามิสูงสุดประมาณ 1.4 เมตร

นักวิจัย บอกว่า การเกิดแผ่นดินไหวทั้งที่ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์เป็นเรื่องปกติเพราะอยู่ในแนววงแหวนแห่งไฟ เพียงแต่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งนี้ยังไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่าแผ่นดินไหวในสองประเทศนี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงกับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทยหรือในรูปแบบอื่น ๆ เนื่องจากระยะทางไกลมาก และมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก พลังงานที่ส่งมาถึงประเทศไทยจึงลดลงอย่างมาก

แต่ประทศไทยก็ยังมีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหวขนาดปานกลาง ที่เกิดขึ้นใกล้เมือง เช่น กรณีแผ่นดินไหวขนาด 6.2 ที่จังหวัดเชียงรายเมื่อปี 2557 ทำให้เกิดความเสียหายต่ออาคารและบ้านเรือน ถนนหนทาง

กลับขึ้นด้านบน