มติ ครม.มอบเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย-ให้ 5 ธ.ค.เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพในหลวง ร.9

มติ ครม.มอบเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย-ให้ 5 ธ.ค.เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพในหลวง ร.9

มติ ครม.มอบเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย-ให้ 5 ธ.ค.เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพในหลวง ร.9

รูปข่าว : มติ ครม.มอบเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย-ให้ 5 ธ.ค.เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพในหลวง ร.9

มติ ครม.เห็นชอบให้วันที่ 5 ธ.ค. เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นวันหยุดราชการ และเห็นชอบแจกเงินผู้มีรายได้น้อย 1,500-3,000 บาท แก่ผู้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย 5.4 ล้านคน

วันนี้ (22 พ.ย.2559) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ครม.เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนไว้ 5.4 ล้านคน โดยหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ ผู้ไม่มีรายได้ หรือผู้มีรายได้ไม่ถึง 30,000 บาทต่อปีจะได้รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาท และผู้มีรายได้ตั้งแต่ 30,001-100,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินช่วยเหลือ 1,500 บาท เริ่มจ่ายผ่านการโอนเข้าบัญชีตั้งแต่วันที่ 1-30 ธ.ค.นี้ รวมใช้งบประมาณ 12,750 ล้านบาท และเห็นชอบการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตามมติของคณะกรรมการค่าจ้าง ประจำปี 2560 รวม 69 จังหวัด ตั้งแต่ 5-10 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2560 ยกเว้น 8 จังหวัดที่ไม่ได้เสนอมา ให้คงอัตราเดิม 300 บาท

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ยืนยันถึงเจตนาที่จะช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง หลัง ครม.เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย พร้อมอ้างอิงถึงมติ ครม.ในการช่วยเหลือเกษตรกรผ่านโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวที่ใช้เงินงบประมาณไม่น้อยกว่า 40,000 บาท ส่วนมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ ครม.เห็นชอบนั้น นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธว่าไม่ใช่การให้เปล่า แต่เป็นแนวทางที่หวังผลในการเพิ่มรายจ่ายและสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

"ตามที่กระทรวงการคลังได้เสนอให้รัฐบาล ผมไม่อยากใช้คำว่าแจกเงิน เขียนมาก็ไม่ถูกแล้ว เป็นมาตรการในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยตามที่เคยประกาศให้มีการขึ้นทะเบียนผู้มีรายได้น้อย ต้องการมุ่งหวังในการดูแลประชาชนที่มีอาชีพอื่นๆ ด้วย เพราะเราทำต่อเนื่องจากการช่วยเหลือเกษตรกรมาแล้วในหลายครั้งด้วยกัน เพราะฉะนั้นผมก็เป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่ประกอบอาชีพอื่นๆ ด้วย" นายกรัฐมนตรี กล่าว

ครม.ยังมีมติอนุมัติโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ตามหลักเกณฑ์เดียวกันกับข้าวหอมมะลิและเป็นไปตามที่คณะกรรมการนโยบายและการบริหารจัดการข้าว (นบข.) มีมติไว้ คือ ตันละ 9,500 บาท ค่าเก็บรักษาตันละ 1,500 บาท ส่วนค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ตันละ 2,000 บาท และอนุมัติโครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาเกษตรแบบแปลงใหญ่ ด้วยวงเงินสินเชื่อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รวม 20,000 ล้านบาท โดยจะได้รับเงินแปลงละไม่เกิน 10 ล้านบาท ส่วนหลักเกณฑ์ดอกเบี้ยและระยะเวลานั้นขึ้นอยู่กับประเภทการกู้

นอกจากนี้ ครม.ยังคงกำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นวันหยุดราชการ โดยจะประกาศชื่ออย่างเป็นทางการให้ทราบอีกครั้ง รวมทั้งเห็นชอบให้วันที่ 2 และ 3 มกราคม 2560 เป็นวันหยุดราชการในเทศกาลปีใหม่ และเห็นชอบให้หน่วยงานภาครัฐจัดกิจกรรมเพื่อลดพฤติกรรมเนือยนิ่งพร้อมกัน ในวันที่ 30 พ.ย.นี้

 

 

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน