กรมอุตุฯ เตือนอากาศแปรปรวน ภาคอีสานอุณหภูมิลด 4-6 องศาเซลเซียส

กรมอุตุฯ เตือนอากาศแปรปรวน ภาคอีสานอุณหภูมิลด 4-6 องศาเซลเซียส

กรมอุตุฯ เตือนอากาศแปรปรวน ภาคอีสานอุณหภูมิลด 4-6 องศาเซลเซียส

รูปข่าว : กรมอุตุฯ เตือนอากาศแปรปรวน ภาคอีสานอุณหภูมิลด 4-6 องศาเซลเซียส

วันนี้ (23 พ.ย.2559) กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนเรื่องอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยจะมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่ง หลังจากนั้นอากาศจะเย็นลง ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิลดลง 4-6 องศาเซลเซียส

ประกาศเตือนเรื่องอากาศแปรปรวนของกรมอุตุฯ ซึ่งประกาศเมื่อเวลา 05.00 น. ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้แล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทยในวันนี้ (23 พ.ย.2559) และเข้าปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกในระยะต่อไป ในขณะที่คลื่นกระแสลมตะวันออกได้เคลื่อนผ่าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง

"ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีสภาพอากาศแปรปรวนโดยมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศจะเย็นลง โดยเฉพาะในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส"

สำหรับพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักระหว่างวันที่ 23-24 พ.ย.ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช

นอกจากนี้ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในช่วงเวลาดังกล่าว

กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันความเสียหายจากผลผลิตทางการเกษตรเนื่องจากฝนไว้ด้วย

ทางด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสานจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เตรียมพร้อมรับมือฝนฟ้าคะนอง และฝนตกหนัก โดยจัดเตรียมกำลังคน และอุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยง ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย

สำหรับภาคใต้ที่ยังคงมีฝนต่อเนื่องกับฝนตกหนักบางแห่ง ทางปภ. ได้ประสานจังหวัด จัดเจ้าหน้าที่ และ "มิสเตอร์เตือนภัย" ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และย้ำให้เกษตรกรผูกยึดและจัดทำที่กำบังเพื่อป้องกันผลผลิตทางการเกษตรเสียหายด้วย

กลับขึ้นด้านบน