ส่งแผนอนุรักษ์มรดกโลกพระนครศรีอยุธยาถึงยูเนสโก 2 ธ.ค.นี้

ส่งแผนอนุรักษ์มรดกโลกพระนครศรีอยุธยาถึงยูเนสโก 2 ธ.ค.นี้

ส่งแผนอนุรักษ์มรดกโลกพระนครศรีอยุธยาถึงยูเนสโก 2 ธ.ค.นี้

กรมศิลปากร เตรียมโซนนิ่งคุมอาคารใหม่รอบนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พร้อมสรุปแก้ปัญหาบูรณะวัดเก่า 10 แห่งรายงานต่อคณะกก.มรดกโลก ของยูเนสโก พร้อมเสนอขึ้นบัญชีเบื้องต้น "พระธาตุพนม"

รูปข่าว : ส่งแผนอนุรักษ์มรดกโลกพระนครศรีอยุธยาถึงยูเนสโก 2 ธ.ค.นี้

วันนี้ (23 พ.ย.2559) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ครั้งที่ 4/2559 โดยที่ประชุมมีมติ 2 ประเด็นสำคัญ คือกรณีที่กระทรวงวัฒนธรรม โดย ได้เสนอข้อมูลเรื่องรายงานสถานภาพการอนุรักษ์นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ที่จะต้องโดยต้องรายงานต่อคณะกรรมการมรดกโลก ภายในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ และ การเสนอพระธาตุพนมวรมหาวิหารเพื่อขึ้นทะเบียนมรดกโลกในบัญชีเบื้องต้นนั้นจะมีการเสนอต่อยูเนสโกภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ปี 2560

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติรับทราบรายงานคำชี้แจงสถานภาพการอนุรักษ์นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ของกรมศิลปากร หลังจากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก มีข้อกังวลอยู่ 6 ข้อ และให้ไทยแก้ปัญหาเร่งด่วน โดยเฉพาะข้อกังวลในการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ ที่จะกระ ทบต่อคุณค่าของโบราณสถาน กรมศิลปากร จะควบคุมการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ในพื้นที่ และบริเวณโดยรอบนครประวัติศาสตร์อยุธยา ซึ่งแบ่งเป็นโซนตรงกลางที่มีการขึ้นทะเบียนมรดกโลก โซนริมแม่น้ำควบคุมความสูงอาคารอยู่ในระยะ 8 เมตร 12 เมตร และ 15 เมตร  

 นอกจากนี้ การดำเนินการควบคุมเป็นแนวทาง ที่ต้องทำงานร่วมกับประชาชน และมอบหมายให้กรมศิลปากรร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาพิจารณาปรับปรุงกฎหมาย เพื่อควบคุมความสูง และความหนาแน่นของสิ่งก่อสร้างใหม่ ซึ่งสถานที่ของหน่วยงานราชการ เช่น เรือนจำอาจจะต้องย้ายออกจากพื้นที่

 

 

ขณะที่การบูรณะซ่อมแซมโบราณสถานภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554 และมีการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญพบว่ามีวัดเก่า 10 แห่งที่มีการบูรณะผิดรูปแบบไปจากสภาพก่อนน้ำท่วม กรมศิลปากร ได้เข้าปรับแก้ไขแล้ว ในที่ประชุมก็มีมติให้ทำภาพก่อน และหลังน้ำท่วมเพื่อเปรียบเทียบส่งให้กับยูเนสโกด้วย ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำรายงานสถานภาพฯทั้ังหมดเสนอประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นชอบภายในวันที่ 1ธันวาคม

นายวีระ บอกว่า  นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติให้เสนอพระธาตุพนม ขึ้นเป็นบัญชีมรดกเบื้องต้น เนื่องจากเป็นโบราณสถานที่มีคุณค่า แม้จะไม่ได้เป็นแบบดั้งเดิม เนื่องจากมีการพังไปเมื่อปี 2518 แต่ได้มีการศึกษาพบว่าโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกบางแห่งก็มีอายุไม่มาก แต่เป็นอาคารที่มีคุณค่า ซึ่งก็มีการพบหลักฐานที่สำคัญในการพบพระบรมสารีริกธาตุด้วย และมีคุณค่าในฐานะที่เป็นต้นแบบในการนำไปก่อสร้างในที่ต่างๆ

กลับขึ้นด้านบน