นโยบายเศรษฐกิจ "ทรัมพ์" ทำค่าเงินเอเชียอ่อนค่า "ริงกิตมาเลเซีย" น่าห่วง

นโยบายเศรษฐกิจ "ทรัมพ์" ทำค่าเงินเอเชียอ่อนค่า "ริงกิตมาเลเซีย" น่าห่วง

นโยบายเศรษฐกิจ "ทรัมพ์" ทำค่าเงินเอเชียอ่อนค่า "ริงกิตมาเลเซีย" น่าห่วง

รูปข่าว : นโยบายเศรษฐกิจ "ทรัมพ์" ทำค่าเงินเอเชียอ่อนค่า "ริงกิตมาเลเซีย" น่าห่วง

กระแสคาดการณ์ผลบวกนโยบายเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมพ์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ทำให้มีเงินไหลออกจากภูมิภาคเอเชียจำนวนมาก ส่งผลให้ค่าเงินในภูมิภาคนี้อ่อนค่าลง โดยเฉพาะค่าเงินริงกิตที่มีข่าวว่าร้านแลกเปลี่ยนเงินปฏิเสธรับแลก เพราะความเสี่ยงสูง

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นักลงทุนทั่วโลกต่างเทขายหุ้นและตราสารหนี้ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ฝั่งเอเชีย รวมมูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของโดนัลด์ ทรัมพ์ ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ พุ่งขึ้น

ข้อมูลระหว่างวันที่ 9-18 พ.ย.2559 พบว่าอินเดียมีเงินไหลออกมากที่สุดในภูมิภาค ขณะที่ประเทศไทยมีเงินไหลออกเป็นอันดับ 2 ซึ่งมีการขายสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 2,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และขายสุทธิในตลาดหุ้น 534.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.15 จุดแตะที่ระดับ 1,491.83 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2,881.25 ล้านบาท ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) ระบุว่าหุ้นไทยมีโอกาสปรับขึ้นตามต่างประเทศ แต่นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่อง เนื่องจากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งล่าสุดมาอยู่ที่101 จุด แข็งค่าในรอบ 13 ปี

ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ของธนาคารกสิกรไทย ดอลลาร์สหรัฐฯ รับซื้อที่ 34.23 บาท ขายออก 35.78 บาท

นายยรรยง ไทยเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย วิเคราะห์ว่า แม้ว่าทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่สภาพเศรษฐกิจไทยที่มีเสถียรภาพมากกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค และพึ่งพาเงินทุนจากต่างประเทศน้อยจึงแข็งแกร่งกว่าหลายประเทศ นอกจากนี้เหตุที่ค่าเงินริงกิตของมาเลเซียอ่อนค่าเพราะมาเลเซียเจอปัญหาหลายด้าน

"มาเลเซียมีฐานะทางการเงินต่างประเทศไม่เข้มแข็งเท่าเราจากหนี้ต่างประเทศสูง ปัญหาการเมืองภายใน รวมถึงราคาน้ำมัน จึงมีความเปราะบางมากกว่า" นายยรรยงกล่าว

ขณะที่ร้านรับแลกเงินใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กว่า 70 แห่ง ยังคงเปิดรับแลกเงินริงกิตของมาเลเซียตามปกติ แม้จะมีความเสี่ยงเนื่องจากค่าเงินริงกิตผันผวน

ร้านรับแลกเงินภายในห้างหุ้นส่วนจำกัด เจอาร์ ทัวร์ ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ยังคงเปิดรับแลกเงินตราต่างประเทศตามปกติ รวมทั้งสกุลริงกิตของมาเลเซีย ที่มีกระแสข่าวว่าร้านรับแลกเงิน หลายแห่งในกรุงเทพมหานครไม่รับแลกเงินสกุลนี้ เนื่องจากค่าเงินตกและมีความผันผวน

นายจรินทร์ กริตยกวินวงศ์ ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด เจอาร์ ทัวร์ กล่าวว่า ร้านรับเงินตราต่างประเทศ ใน อ.หาดใหญ่ ที่มีอยู่กว่า 70 แห่ง ยังคงเปิดรับแลกเงิน โดยเฉพาะสกุลริงกิตตามปกติ โดยในวันนี้ (24 พ.ย.2559) ค่าเงินริงกิตมาเลเซีย เมื่อเทียบกับเงินบาทไทยอยู่ที่ 8 บาท ต่อ 1 ริงกิต ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ที่ 7.80 บาท ต่อ 1 ริงกิต โดยผู้ประกอบการร้านรับแลกเงินมีความเสี่ยงที่จะขาดทุน เนื่องจากค่าเงินที่ผันผวน ทำให้ต้องมีการรับซื้อเงินริงกิตในราคาที่ต่ำกว่าราคาจริงเล็กน้อย เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุนลง

นายปรากรม ปฐมบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดเงินตลาดทุนมองว่ามีความเป็นไปได้ที่เงินริงกิตมาเลเซียจะอ่อนค่ามากจนกระทบกับธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราที่ไม่รับแลกเงินสกุลนี้ ปัจจุบันริงกิตมาเลเซียอ่อนค่ามากที่สุดถึง 6% เมื่อเทียบกับช่วงต้นเดือนตุลาคม 2559 และหากเทียบเงินบาทไทยกับริงกิตมาเลเซีย พบว่าเงินบาทแข็งค่ากว่าถึง 4.8%

ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดเงินตลาดทุน มองด้วยว่าสกุลริงกิต ยังมีโอกาสอ่อนค่าลงได้อีก ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ ส่วนผลระยะสั้นอาจกระทบบ้างด้านการท่องเที่ยวที่ชาวมาเลเซียที่ใช้ริงกิตมาจับจ่ายในไทยจะซื้อสินค้าน้อยลงเพราะสินค้าไทยแพงขึ้น แต่ไม่น่าจะมีผลระยะยาว

กลับขึ้นด้านบน