บุกเดี่ยวจี้ชิงเงิน 5 ล้านจากรถขนเงิน ธ.กรุงไทย ยังลอยนวล ตร.ปรับแผนล่าตัว

บุกเดี่ยวจี้ชิงเงิน 5 ล้านจากรถขนเงิน ธ.กรุงไทย ยังลอยนวล ตร.ปรับแผนล่าตัว

บุกเดี่ยวจี้ชิงเงิน 5 ล้านจากรถขนเงิน ธ.กรุงไทย ยังลอยนวล ตร.ปรับแผนล่าตัว

รูปข่าว : บุกเดี่ยวจี้ชิงเงิน 5 ล้านจากรถขนเงิน ธ.กรุงไทย ยังลอยนวล ตร.ปรับแผนล่าตัว

ทีมสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ปรับแผนการติดตามผู้ก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์พนักงานรถขนเงิน ธนาคารกรุงไทย อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี โดยตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีและประสานขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี ตรวจสอบรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ

วันนี้ (24 พ.ย.2559) พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 7 ประชุมทีมสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศ พร้อมทั้งจำลองเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุใช้หลบหนีอีกครั้ง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีจี้ชิงทรัพย์จากพนักงานรถขนเงินธนาคารกรุงไทย 3 คน ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.อำเภอสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2559

กล้องวงจรปิดบันทึกภาพผู้ก่อเหตุขณะจี้ชิงทรัพย์ ก่อนขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี จากการสอบสวนนายสมชาย ทรัพย์พืช นายเมธี หนูเทศ และนายชัยวัฒน์ วิริยานนท์ พนักงานธนาคารกรุงไทย ระบุว่า ขณะนำเงินลงจากรถ ผู้ก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดโดยสวมหมวกกันน็อกสีขาว ใส่เสื้อคลุมแขนยาวสีน้ำตาลและใส่กางเกงยีน จากนั้นใช้ปืนยิงขู่ขึ้นฟ้า 3 นัด ก่อนเอาปืนจ่อหัวให้นอนลงที่พื้นและจี้บังคับให้ส่งกระเป๋าเงินที่มีเงิน 5,000,000 บาท แล้วขี่จักรยายนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนี

ทั้งนี้ ตำรวจชุดสืบสวนได้ปรับแผนการติดตามผู้ก่อเหตุ โดยลงพื้นที่หาพยานแวดล้อมเพิ่ม และประสานสำนักงานขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดนครปฐม ให้ช่วยตรวจสอบหารถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ยามาฮา มีโอ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน

จากการสืบสวนพบว่า มีผู้พบเห็นผู้ต้องสงสัยบริเวณหลังวัดดอนมะนาว ต.ดอนมะนาว เขตติดต่อระหว่าง อ.บางเลน และ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

ตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นเชื่อว่าผู้ก่อเหตุมีความชำนาญเส้นทาง ทราบข้อมูลในพื้นที่และเส้นทางหลบหนี โดยใช้เส้นเส้นทางหลบป้อมสายตรวจ 2 ป้อม คือ ป้อมสายตรวจ ต.ดอนมะนาว และป้อมสายตรวจ ต.ดอนกลาง อ.สองพี่น้อง และไปสิ้นสุดที่หลังวัดดอนมะนาว ซึ่งมีเส้นทางหลบหนีหลายเส้นทาง

กลับขึ้นด้านบน