ไทยได้หรือเสียผลประโยชน์จากมาตรการลดภาษีเครื่องสำอาง

ไทยได้หรือเสียผลประโยชน์จากมาตรการลดภาษีเครื่องสำอาง

ไทยได้หรือเสียผลประโยชน์จากมาตรการลดภาษีเครื่องสำอาง

รูปข่าว : ไทยได้หรือเสียผลประโยชน์จากมาตรการลดภาษีเครื่องสำอาง

มาตรการการลดภาษีนำเข้ากลุ่มสินค้าเครื่องสำอาง เช่น น้ำหอม สกินแคร์ ที่จะปรับลดอัตราภาษีนำเข้าลงเหลือ 0% รัฐบาลหวังอานิสงส์ให้ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ถูกตั้งข้อสังเกตในหลายด้านที่ต้องพิจารณาว่าไทยได้หรือเสียกับมาตรการนี้

กระทรวงการคลังอ้างถึงข้อเรียกร้องของภาคเอกชนที่อยากให้ลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยกระตุ้นการค้าและท่องเที่ยว ซึ่งได้สรุปว่า รัฐไฟเขียวให้ทดลองปรับลดภาษีนำเข้านำร่องกับกลุ่มสินค้าเครื่องสำอาง จากปกติเก็บอยู่ที่ 5-20% ที่น่าจะเริ่มเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2560 และจะปูทางไทยให้เป็นแหล่งช็อปปิ้งพาราไดซ์

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในภาวะปกติไม่ควรลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย แต่หากมีเหตุผล เช่น ต้องการกระตุ้นการท่องเที่ยว เพราะสินค้าดังกล่าวเป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจีน ซึ่งตอนนี้ลดจำนวนลงจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ อาจเป็นการดึงนักท่องเที่ยวกลับมาได้จำนวนหนึ่งและทำเป็นมาตรการชั่วคราว

ภาคเอกชน โดยเฉพาะในกลุ่มห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ขานรับมาตรการนี้เช่นกัน เพราะจุดจำหน่ายเหล่านี้จะกระจายทั่วประเทศ ปัจจุบันคนไทยใช้เงินไปท่องเที่ยวในต่างประเทศต่อปีสูงถึง 1.7 แสนล้านบาท ในจำนวนเงินดังกล่าวเป็นการซื้อสินค้าแบรนด์เนม 5.1 หมื่นล้านบาท

คนที่มีรายได้มากเดินทางไปต่างประเทศและมักซื้อน้ำหอม เครื่องสำอาง จะหันมาซื้อในประเทศและสร้างยอดขายและยังแสดงความเห็นว่าควรขยายระยะเวลาเป็น 1 ปี เพื่อมีเวลามากพอที่จะประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศได้ทราบ นี่เป็นผลได้ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากมาตรการนี้

แต่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างบริษัทผลิตเครื่องสำอางในประเทศ หรือบริษัทที่มีฐานผลิตในไทย ซึ่งไม่ได้ประโยชน์ใดๆจากมาตรการนี้ ตั้งคำถามว่า รัฐให้ความสำคัญกับเครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศหรือไม่ โครงการนี้ช่วยส่งเสริมการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจริงหรือ และเครื่องสำอางในประเทศจะแข่งขันกับต่างประเทศได้อย่างไร

ที่กังวลคือผู้มีรายได้ปานกลางที่เคยซื้อสินค้าไทยจะหันไปซื้อสินค้าแบรนด์ต่างประเทศ พร้อมซื้อตุนเพื่อเก็บไว้ใช้ในอนาคต และอาจใช้ตลอดไป ซึ่งจะกระทบกับตลาดในประเทศโดยเฉพาะผู้ผลิตที่ไม่ได้ส่งออก

ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2559 ไทยมีการนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยจากต่างประเทศมูลค่ารวม 3.3 ล้านล้านบาท เครื่องสำอางสูงเป็นอันดับ 2 มูลค่านำเข้า 1.9 หมื่นล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 30

เกศมณี เลิศกิจจา นายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย ระบุว่า ยอดนำเข้าเครื่องสำอางที่เพิ่มขึ้นมาจากการลดภาษีภายใต้กรอบเอฟทีเอที่ไทยทำไว้กับคู่ค้า เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ทำให้ราคาถูกลงอยู่แล้ว แต่หากยกเว้นภาษีให้กลุ่มยุโรป อเมริกา ซึ่งได้รับความนิยม การผลิตในประเทศอาจประสบปัญหา พร้อมเสนอว่าในทางกลับกันรัฐควรส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวต่างชาติซื้อของผลิตในไทย หรือจัดกิจกรรมให้นำสินค้าไทยมารวมกันและจัดโปรโมชั่นลดราคา

 

กลับขึ้นด้านบน