"คลัง" เชื่อราคาน้ำมันขึ้นไม่กระทบค่าครองชีพ

"คลัง" เชื่อราคาน้ำมันขึ้นไม่กระทบค่าครองชีพ

"คลัง" เชื่อราคาน้ำมันขึ้นไม่กระทบค่าครองชีพ

รูปข่าว : "คลัง" เชื่อราคาน้ำมันขึ้นไม่กระทบค่าครองชีพ

จับตา 9 ธ.ค.นี้ กลุ่มนอกโอเปกจะร่วมลดกำลังการผลิตน้ำมันด้วยหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลต่อราคาน้ำมันในระยะต่อไป ขณะที่กระทรวงการคลังเชื่อว่าราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มขาขึ้น จะไม่กระทบกับค่าครองชีพมากนัก

ภายหลังกลุ่มโอเปกประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมันครั้งแรกในรอบ 8 ปี นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอเวลาดูความชัดเจนในทางปฏิบัติตามมติดังกล่าว ก่อนประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย แต่เบื้องต้นเชื่อว่าราคาน้ำมันที่อาจปรับเพิ่มขึ้นจะช่วยให้ดัชนีเงินเฟ้อของไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จากปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำมากและตั้งกรอบเงินเฟ้อปีหน้าขยายตัวร้อยละ 2.5 +- 1.4 หรือระหว่างร้อยละ 1-4 ซึ่งไม่น่ากังวล และยังเป็นผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไม่กระทบค่าครองชีพมากนัก เนื่องจากรัฐบาลเตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้ประชาชน

"ถึงแม้จะขึ้นจริง ก็ไม่ทำให้เงินเฟ้อของเรามีปัญหา กลับทำให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่กรอบที่เราอยากเห็น ระดับนี้เป็นการสนับสนุนให้มีการลงทุน การใช้จ่ายที่เหมาะสม แทนที่จะต่ำเกินไปเพราะแสดงให้เห็นถึงการบริโภคในระดับต่ำ" นายอภิศักดิ์ กล่าว

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 16 เดือน หลังประเมินว่าจะมีการลดกำลังการผลิต ของกลุ่มนอกโอเปกเพิ่มเติม ซึ่งจะตกลงกันในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ นอกเหนือจากที่ในกลุ่มโอเปกจะเริ่มลดกำลงการผลิตในปีหน้า มีโอกาสที่ราคาน้ำมันดิบจะพุ่งสูงกว่า 55 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หากเชลล์ออยล์ในสหรัฐฯ กลับมาผลิตมากขึ้น

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงของผู้ผลิตน้ำมันเป็นสัญญาณว่าราคาน้ำมันจะเป็นขาขึ้น ส่วนราคาน้ำมันขายปลีกของไทยจะสะท้อนตามกลไกตลาดโลก แต่จะไม่ได้ขยับขึ้นทันที เพราะเมื่อต้นทุนน้ำมันดิบขึ้นก็ย่อมกระทบต่อต้นทุนในไทยเช่นกัน

กลับขึ้นด้านบน