แม่ยอมรับทำร้ายลูกแฝดวัย 5 ขวบ โมโหที่ไม่ยอมพูด

แม่ยอมรับทำร้ายลูกแฝดวัย 5 ขวบ โมโหที่ไม่ยอมพูด

แม่ยอมรับทำร้ายลูกแฝดวัย 5 ขวบ โมโหที่ไม่ยอมพูด

รูปข่าว : แม่ยอมรับทำร้ายลูกแฝดวัย 5 ขวบ โมโหที่ไม่ยอมพูด

นางปวีณา หงสกุล เผยมารดาของเด็กหญิงวัย 5 ขวบ ที่ถูกทำร้ายร่างกายบริเวณหน้าบ้านพักในหมู่บ้านย่านกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ รับสารภาพว่าเป็นผู้ทำร้ายเด็กหญิงซึ่งเป็นลูกสาวแท้ๆ เนื่องจากเครียดและโมโหที่ลูกไม่ยอมพูด

วันนี้ (4 ธ.ค.2559) นางปวีณาประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ลงพื้นที่ติดตามเหตุเด็กหญิงถูกทำร้ายร่างกายซึ่งปรากฏในคลิปที่ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ช่วงเช้าวันนี้ โดยตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางแก้วได้ควบคุมตัวมารดาของเด็กหญิงมาสอบสวน

คลิปดังกล่าวมีความยาวเกือบ 2 นาที บันทึกภาพหญิงคนหนึ่งกระชากผมเด็กหญิงและหยิบมีดมาจ่อที่หน้า จากนั้นก็ใช้ด้ามไม้กวาดตีไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ขณะที่เด็กหญิงมีอาการหวาดกลัว แต่ก็ยังลุกขึ้นไปเก็บไม้กวาดที่แม่ใช้ตีไปวางเก็บเรียบร้อย

นางปวีณาเปิดเผยว่า ผู้หญิงที่ปรากฏในคลิปยอมรับว่าเป็นแม่และสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง

หญิงคนดังกล่าวให้การว่ามีลูกเป็นเด็กหญิงฝาแฝด ซึ่งสามีส่งไปให้ย่าเลี้ยงที่ จ.สุรินทร์ ตั้งแต่ยังเด็ก จนเมื่อประมาณ 8 เดือนที่ผ่านมา สามีได้รับเด็กหญิงทั้งสองคนมาเลี้ยงดูที่บ้านโดยหวังว่าจะให้เด็กมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เด็กหญิงที่ปรากฏในคลิปนั้นเป็นแฝดผู้น้องซึ่งไม่ค่อยพูด ทำให้ไม่พอใจจึงใช้ไม้กวาดตี และใช้มีดข่มขู่ว่าหากไม่ยอมพูดจะตัดลิ้น

ขณะนี้เด็กทั้งสองคนได้รับเข้ารับการตรวจร่างกายโดยละเอียดที่โรงพยาบาลบางพลี เบื้องต้นพบว่ามีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายโดยใช้ของแข็งตีที่บริเวณแขน ขา แผ่นหลังและมีรอยฟกช้ำที่ใบหน้าและปาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานให้พัฒนาสังคมจังหวัดสมุทรปราการมารับตัวไปดูแลก่อน

สำหรับบิดาของเด็กหญิงทั้งสองมีความประสงค์จะรับตัวเด็กกลับไปให้ย่าเลี้ยงดูต่อที่ จ.สุรินทร์ และไม่ทราบมาก่อนว่าลูกถูกแม่ทำร้าย

พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางแก้ว เปิดเผยว่า หลังจากเด็กหญิงทั้งสองได้รับการตรวจร่างกายแล้วจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหากับมารดาเด็กหญิง โดยเบื้องต้นจะแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายทางด้านร่างกายและจิตใจก่อน และความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก และหากผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ลงความเห็นอาการบาดเจ็บก็จะพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

กลับขึ้นด้านบน