ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.เกณฑ์ตั้งผู้พิพากษาอาวุโส เป็นได้เมื่ออายุครบ 60 ปี

ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.เกณฑ์ตั้งผู้พิพากษาอาวุโส เป็นได้เมื่ออายุครบ 60 ปี

ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.เกณฑ์ตั้งผู้พิพากษาอาวุโส เป็นได้เมื่ออายุครบ 60 ปี

รูปข่าว : ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.เกณฑ์ตั้งผู้พิพากษาอาวุโส เป็นได้เมื่ออายุครบ 60 ปี

ที่ประชุม ครม. เห็นชอบหลักการร่างกฎหมายเกี่ยวกับบำเหน็จบำนาญข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมและข้าราชการอัยการ กำหนดอายุครบ 60 ปี สามารถไปเป็นผู้พิพากษาอาวุโสได้

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบหลักการร่างกฎหมาย 2 ฉบับ เกี่ยวกับบำเหน็จบำนาญข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมและข้าราชการอัยการ ที่เกิดความชัดเจน เนื้อหาวาระคือข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมเมื่ออายุครบ 60 ปี สามารถไปเป็นผู้พิพากษาอาวุโสได้ ตามคุณสมบัติที่กำหนด หรือ หากอายุครบ 65 ปี จะต้องเป็นผู้พิพากษาอาวุโส มีสิทธิเท่าผู้พิพากษาทั่วไป แต่ห้ามดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหาร โดยข้าราชการอัยการยึดหลักเดียวกัน

ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม.ผ่อนผันให้ผู้เสียหายและพยานคดีค้ามนุษย์ พำนักชั่วคราวอยู่ในประเทศไทยได้อีก 2 ปี และสามารถต่ออายุได้คราวละ 1 ปี โดยไม่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับความสงบ โดยสาเหตุที่ต่ออายุเพราะเป็นข้อเสนอมาจากฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการคลีคลายเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์ ยังมีมาตรการจากกระทรวงแรงงานและกระทรวงสาธารณสุขสนับสนุน เช่น การตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพเพื่อการทำงานต่อโดยการเว้นค่าธรรมเนียมด้วย

โฆษก ครม.ระบุว่า นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานให้ข้อมูลน้อยลง เกี่ยวกับคดีการจับกุมพระเทพมหาญาณมุณี เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์วัดพระธรรมกาย เพราะเห็นว่าเป็นคดีปกติทั่วไป และการให้ข่าวต่อสังคมเป็นแรงกดดันรัฐบาลเอง ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรียังกล่าวแสดงความเชื่อมั่นในการบริหาราชการของคณะรัฐมนตรี สั่งย้ำให้ ครม.ตรวจเข้มงวดในข้าราชการระดับปฏิบัติ หากพบว่ามีข้าราชการที่เป็นตำรวจ ทหาร กระทำผิดกรณีทุจริตคอร์รัปชัน ให้แจ้งมายังนายกรัฐมนตรี โดยจะดำเนินการทันที

กลับขึ้นด้านบน