เปิดประวัติ "เรกซ์ ทิลเลอร์สัน" อดีตผู้บริหาร บ.น้ำมัน สู่ว่าที่ รมต.ต่างประเทศ สหรัฐฯ

เปิดประวัติ "เรกซ์ ทิลเลอร์สัน" อดีตผู้บริหาร บ.น้ำมัน สู่ว่าที่ รมต.ต่างประเทศ สหรัฐฯ

เปิดประวัติ "เรกซ์ ทิลเลอร์สัน" อดีตผู้บริหาร บ.น้ำมัน สู่ว่าที่ รมต.ต่างประเทศ สหรัฐฯ

รูปข่าว : เปิดประวัติ "เรกซ์ ทิลเลอร์สัน" อดีตผู้บริหาร บ.น้ำมัน สู่ว่าที่ รมต.ต่างประเทศ สหรัฐฯ

โดนัลด์ ทรัมพ์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 45 เลือกให้นายเรกซ์ ทิลเลอร์สัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเอกซ์ซอน โมบิล ขึ้นมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ประเด็นนี้ทำให้หลายฝ่าย รวมทั้งสมาชิกพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตเกิดความคลางแคลงใจ เนื่องจากทิลเลอร์สันไม่มีประสบการณ์ด้านนโยบายต่างประเทศมาก่อน เรกซ์ทิลเลอร์สัน เป็นใครมาจากไหนถึงได้กลายเป็นม้ามืดคว้าตำแหน่งนี้ไปครอง

เรกซ์ ทิลเลอร์สัน หรือที่รู้จักในนาม ที. เรกซ์ วัย 64 ปี เป็นชาวเท็กซัสและทำงานในบริษัทพลังงานข้ามชาติเอกซ์ซอน โมบิล มานานถึง 41 ปี เขามีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย จนถึงขนาดได้รับรางวัลเกียรติยศสูงสุดฝ่ายพลเรือนของรัสเซียออร์เดอร์ ออฟ เฟรนด์ชิพ จากมือของผู้นำรัสเซีย เมื่อปี 2556

ก่อนหน้านี้ ทิลเลอร์สันได้แสดงจุดยืนในการต่อต้านมาตรการควํ่าบาตรรัสเซียจากวิกฤตการณ์ไครเมียมาโดยตลอด ทำให้ทรัมพ์ มองว่า เขาจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับรัสเซียลงได้ รวมทั้งเปิดทางสำหรับการประสานประโยชน์ในด้านพลังงานของทั้ง 2 ประเทศ ในอนาคตอีกด้วย

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ ทิลเลอร์สันยังเป็นผู้ผลักดันการลงนามข้อตกลงร่วมกับรอสเนฟต์ รัฐวิสาหกิจนํ้ามันขนาดใหญ่ของรัสเซีย เมื่อปี 2554 ซึ่งปูตินได้เข้าร่วมพิธีลงนามเป็นการส่วนตัวด้วยข้อตกลงฉบับนี้ถือเป็นข้อตกลงที่มีความสำคัญเนื่องจากช่วยเปิดทางให้รัสเซียเข้าถึงเทคโนโลยีที่ใช้ในการสำรวจแหล่งนํ้ามันบริเวณอาร์คติกและไซบีเรีย แน่นอนว่าการใช้มาตรการควํ่าบาตรรัสเซียย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในพื้นที่ดังกล่าว จึงไม่น่าแปลกใจที่ทิลเลอร์สันออกมาแสดงจุดยืนต่อต้านมาตรการควํ่าบาตรรัสเซียในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากรัสเซียแล้ว ทิลเลอร์สันยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำและผู้บริหารระดับสูงของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงนํ้ามันของซาอุดิอาระเบีย

ขณะที่ปฏิกิริยาของฝ่ายรัสเซียเกี่ยวกับการเสนอชื่อนายทิลเลอร์สันให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา นายดิมิทรี เพสกอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ระบุว่า ผลงานของทิลเลอร์สันในการดำรงตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทพลังงานนํ้ามันขนาดใหญ่ ทำให้เขาได้ติดต่อกับผู้แทนของรัสเซียหลายต่อหลายครั้ง แน่นอนว่าเขาจะประสบความสำเร็จในการดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของทิลเลอร์สันในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา คงหนีไม่พ้นเรื่องที่เขาไม่มีประสบการณ์ด้านการต่างประเทศมาก่อน อย่างที่ผมได้เกริ่นไปแล้วก่อนหน้านี้

แม้ว่าทิลเลอร์สันจะมีประสบการณ์ในการติดต่อประสานงานกับหลายๆปะเทศมาก่อน แต่การดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ จะแตกต่างจากการดำรงตำแหน่งผู้บริหารของบริษัทพลังงานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกไปอย่างสิ้นเชิง ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาจะต้องแบกรับภาระต่างๆ เป็นจำนวนมาก ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อกังขาเกี่ยวกับศักยภาพและความเหมาะสมของเขาในการดำรงตำแหน่งสำคัญตำแหน่งนี้

แมทธิว วิลสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์ชาวอเมริกัน จากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์น เมโธดิสต์ มองว่า การเลือกทิลเลอร์สันขึ้นมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีจุดประสงค์หลักเพื่อจัดทำข้อตกลงต่างๆ ขึ้นเป็นการเฉพาะ

วิลสัน บอกว่า มันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมาก เพราะปกติเรามักจะเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่มีประสบการณ์ทางการทูตไม่มากก็น้อย ดังนั้นทรัมพ์น่าจะเลือกผู้ที่ดำรงตำแหน่งนี้เพื่อเหตุผลทางธุรกิจมากกว่า เรียกได้ว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองอีกครั้งหนึ่งของนายโดนัลด์ ทรัมพ์ ซึ่งเราต้องรอดูต่อไปว่า เมื่อทิลเลอร์สันขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอย่างเป็นทางการในเดือน ม.ค.ปี 60 เขาจะใช้ประสบการณ์จากการเป็นผู้บริหารบริษัทพลังงานไปทำหน้าที่นี้ได้อย่างเต็มที่ได้จริงหรือไม่

 

 

กลับขึ้นด้านบน