กองทัพซีเรียยึดอเลปโปฝั่งตะวันออกได้แล้ว สิ้นสุดสู้รบยืดเยื้อนาน 4 ปี

กองทัพซีเรียยึดอเลปโปฝั่งตะวันออกได้แล้ว สิ้นสุดสู้รบยืดเยื้อนาน 4 ปี

กองทัพซีเรียยึดอเลปโปฝั่งตะวันออกได้แล้ว สิ้นสุดสู้รบยืดเยื้อนาน 4 ปี

รูปข่าว : กองทัพซีเรียยึดอเลปโปฝั่งตะวันออกได้แล้ว สิ้นสุดสู้รบยืดเยื้อนาน 4 ปี

รัสเซียประกาศต่อที่ประชุมฉุกเฉินคณะมนนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า กองทัพรัฐบาลซีเรียยุติปฏิบัติการทางทหารในเมืองอเลปโปฝั่งตะวันออกแล้ว หลังควบคุมพื้นที่ที่อยู่ในความยึดครองของฝ่ายต่อต้านไว้ได้ทั้งหมด ส่งผลให้การสู้รบที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี สิ้นสุดลง

วันนี้ (14 ธ.ค.2559) นายวิทาลี เชอร์กิน เอกอัคราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ ประกาศต่อที่ประชุมฉุกเฉินคณะมนตรีความมั่นคงฯว่า กองทัพรัฐบาลซีเรียสามารถยึดพื้นที่เมืองอเลปโปฝั่งตะวันออกคืนจากกองกำลังฝ่ายต่อต้านไว้ได้ทั้งหมดและได้ยุติปฏิบัติการทางทหารแล้ว

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่าหากคำประกาศของนายเชอร์กินได้รับการยืนยัน จะส่งผลให้การสู้รบระหว่างกองทัพรัฐบาลซีเรียกับฝ่ายต่อต้านที่ดำเนินมานานกว่า 4 ปี สิ้นสุดลง

ด้านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในเมืองอเลปโปว่า มีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกองทัพรัฐบาลซีเรียกับฝ่ายต่อต้าน รวมทั้งข้อตกลงให้อพยพพลเรือนออกจากพื้นที่ที่ถูกปิดล้อม

ก่อนหน้านี้สถานีโทรทัศน์ของทางการซีเรียเผยแพร่ภาพพลเรือนหลายพันคนพากันอพยพออกจากพื้นที่สู้รบในเมืองอเลปโปฝั่งตะวันออก ท่ามกลางเสียงร้องจากนายบัน คี มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาตที่ขอให้ซีเรีย รัสเซียและอิหร่าน เปิดทางให้พลเรือนอพยพออกจากพื้นที่ที่ถูกปิดล้อม

ด้านสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้รับรายงานว่าทหารกองทัพรัฐบาลซีเรียสังหารพลเรือนไปถึง 82 คน ขณะรุกคืบเข้าสู่ฐานที่มั่นใหญ่ของฝ่ายต่อต้านในเมืองอเลปโปฝั่งตะวันออก สร้างความวิตกถึงชะตากรรมของพลเรือนที่เหลือ

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า การยึดเมืองอเลปโปฝั่งตะวันออกกลับคืนมาได้ นับเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด รวมทั้งรัสเซียและอิหร่านที่ให้การสนับสนุน และการปราชัยของฝ่ายต่อต้านยังพลิกชะตาของประธานาธิบดีอัสซาด ซึ่งก่อนหน้านี้แขวนอยู่บนเส้นด้าย

นายสตาฟฟาน เดอ มิสทูรา ทูตพิเศษสหประชาชาติด้านกิจการซีเรียเปิดเผยว่า มีพลเรือนประมาณ 50,000 คนอยู่ในพื้นที่ปิดล้อมในเมืองอเลปโปฝั่งตะวันออก ส่วนนักรบฝ่ายต่อต้านมีประมาณ 1,500 คน ในจำนวนนี้ร้อยละ 30 เป็นสมาชิกของกลุ่มแนวร่วมอัล นุสรา (al-Nusra)

 

กลับขึ้นด้านบน