ป.ป.ช.เคลียร์ "นพ.วิทิต-นพ.วิชัย" กรณีทุจริตจัดซื้อพาราเซตามอล ชี้ข้อกล่าวหาไม่มีมูล

ป.ป.ช.เคลียร์ "นพ.วิทิต-นพ.วิชัย" กรณีทุจริตจัดซื้อพาราเซตามอล ชี้ข้อกล่าวหาไม่มีมูล

ป.ป.ช.เคลียร์ "นพ.วิทิต-นพ.วิชัย" กรณีทุจริตจัดซื้อพาราเซตามอล ชี้ข้อกล่าวหาไม่มีมูล

รูปข่าว : ป.ป.ช.เคลียร์ "นพ.วิทิต-นพ.วิชัย" กรณีทุจริตจัดซื้อพาราเซตามอล ชี้ข้อกล่าวหาไม่มีมูล

คดีที่บอร์ดองค์การเภสัชกรรมร้องเรียน ป.ป.ช.ว่า อดีตผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมและประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรมว่า ทุจริตจัดซื้อยาพาราเซตามอล ปี 2555 สร้างความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท ล่าสุดที่ประชุม ป.ป.ช.ตรวจสอบแล้วพบว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งเอกสารแจ้งถึง นพ.วิทิต อรรถเวชกุล อดีตผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) โดยในเอกสารซึ่งลงวันที่ 14 ธ.ค.2559 ระบุว่าคดีที่ นพ.วิทิต และ นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตจัดซื้อยาพาราเซตามอลเมื่อปี 2555 คณะกรรมการฯ ได้ไต่สวนแล้วพบว่า ข้อกล่าวหาไม่มีมูลและไม่ปรากฏว่า นพ.วิทิต และ นพ.วิชัย มีการทุจริตตามที่ร้องเรียน จึงให้ข้อกล่าวหาตกไป

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการจัดซื้อวัตถุดิบผลิตยาพาราเซตามอลพบว่า วิธีการจัดซื้อวัตถุดิบยาพาราเซตามอลด้วยการใช้วิธีการพิเศษไม่สอดคล้องกับข้อบังคับว่าด้วยการพัสดุขององค์การเภสัชกรรม ส่วนการซื้อวัตถุดิบยาพาราฯ จำนวน 100 ตัน พบว่ามีการให้ข้อมูลก่อนการอนุมัติสั่งซื้อว่ายังไม่มีแผนการผลิต ไม่มีสถานที่เก็บ และยังมีวัตถุดิบเก่าเหลืออยู่อีก 40 กว่าตัน รวมถึงมีการชะลอการส่งมอบ ทั้งที่ทำการจัดซื้อแบบเร่งด่วน ถือว่าเป็นการตัดสินใจสั่งซื้อที่ไม่รอบคอบและเป็นภาระของ อภ.ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บวัตถุดิบ 100 ตัน นานหลายปี

อภ.ระบุว่ากรณีนี้ทำให้เกิดความเสียหายคิดเป็นเงิน 200 ล้านบาท

ท้ั้งนี้ นพ.วิทิตชี้แจงว่าการจัดซื้อยาพาราเซตามอลเพิ่มจาก 48 ตันในปี 2548 เป็น 100 ตันในปี 2555 เป็นเพราะว่าจำเป็นต้องสำรองปริมาณยาเพิ่มขึ้นหลังจากเกิดเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทักภัยและไม่ได้ทำให้ อภ.เสียหายตามที่ถูกกล่าวหา

กลับขึ้นด้านบน