ย้อนรอยคดีฆ่า “เอ็กซ์ จักรกฤษณ์” ปมขัดแย้งในครอบครัวชนวนเหตุสังหาร

ย้อนรอยคดีฆ่า “เอ็กซ์ จักรกฤษณ์” ปมขัดแย้งในครอบครัวชนวนเหตุสังหาร

ย้อนรอยคดีฆ่า “เอ็กซ์ จักรกฤษณ์” ปมขัดแย้งในครอบครัวชนวนเหตุสังหาร

รูปข่าว : ย้อนรอยคดีฆ่า “เอ็กซ์ จักรกฤษณ์” ปมขัดแย้งในครอบครัวชนวนเหตุสังหาร

หลังศาลมีนบุรีพิพากษาประหารชีวิต แพทย์หญิงนิธิวดี ภู่เจริญยศ และทนายในคดีจ้างวานฆ่านายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม (เอ็กซ์) อดีตนักยิงปืนทีมชาติ ส่วนมือปืน และคนขี่จักรยานยนต์ลดโทษจากประหารเหลือจำคุกตลอดชีวิต ขณะที่มารดาแพทย์หญิงนิธิวดีศาลยกฟ้อง

ย้อนไปเมื่อค่ำวันที่ 19 ต.ค.2556 นายจักรกฤษณ์ ถูกมือปืนประกบยิงเสียชีวิตคารถหรูบริเวณหน้าวัดบางเพ็งใต้ สุขาภิบาล 3 ย่านมีนบุรี กทม.ถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตกใจให้กับประชาชนอย่างยิ่ง

หลังเกิดเหตุไม่นานทันทีที่ทราบข่าวแพทย์หญิงนิธิวดี ได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมช่วยปฐมพยาบาลก่อนนำตัวนายจักรกฤษณ์ส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ปมสังหาร ช่วงแรกตำรวจพุ่งเป้าไปที่ปมขัดแย้งในวงการพระเครื่อง ยาเสพติด และคงวามขัดแย้งในสมาคมยิงปืนแต่ต่อมาพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

จากนั้นตำรวจพุ่งเป้าไปที่ปมขัดแย้งภายในครอบครัว เนื่องจากพบว่า นายจักรกฤษณ์ เคยมีปัญหาการทะเลาะกับแพทย์หญิงนิธิวดีอย่างรุนแรงมาก่อน โดยตำรวจได้รับรายงานว่า วันที่ 5 ต.ค.2556 ก่อนที่ นายจักรกฤษณ์จะเสียชีวิต 4 วัน นายจักรกฤษณ์และแพทย์หญิงนิธิวดีได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง มีการพยายามทำร้ายแพทย์หญิงนิธิวดีจากนั้นนายจักรกฤษณ์ จะขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว

ด้วยเหตุนี้ ตำรวจจึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า คนใกล้ตัวแพทย์หญิงนิธิวดีเป็นผู้บงการ เนื่องจากทนพฤติกรรมนายจักรกฤษณ์ไม่ได้

นอกจากนี้ ตำรวจได้สันนิษฐานว่า ต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการยิงปืนเนื่องจากสามารถใช้ปืนขนาด 7.65 ที่น่าจะผลิตตามชายเเดนประเทศรัสเซียและดัดแปลงปืนให้สามารถใช้กับกระสุนปืนขนาด 9 มม. ได้

จากการสืบสวนยังพบว่า ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะยิงนายจักรกฤษณ์ ลักษณะการก่อเหตุไม่ใช่การสะกดรอยหากแต่เป็นการส่งสัญญานให้ลงมือ ซึ่งหมายความว่า น่าจะเป็นคนในครอบครัวที่รู้การเคลื่อนไหวของนายจักกฤษณ์

ต่อมา เมื่อในวันที่ 7 พ.ย.2556 แพทย์หญิงนิธิวดี ได้ออกมาเปิดเผยถึงปัญหาในครอบครัวว่า โดยระบุว่า มีปัญหาในการทาเลาะกับนายจักรกฤษณ์ โดยสาเหตุมาจาก นายจักรกฤษณ์ เข้าใจผิดว่าตนเองแช็ตคุยโทรศัพท์กับคนอื่น

จากนั้นอีก 2 วันต่อมา ตำรวจจับกุมนายจิรศักดิ์ กลิ่นคล้าย อายุ 33 ปี มือปืนลอบสังหารนายจักรกฤษณ์ ได้ และสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากนายสันติ ทองเสน หรือทนายอี๊ด ด้วยค่าจ้าง 2 แสนบาท โดยแบ่งกับนายธวัชชัย เพชรโชติ ซึ่งเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์คนละ 1 แสนบาท ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี

จากนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.พร้อมชุดสืบสวนได้แถลงจับกุมเจ๊แหม่ม ถูกกล่าวหาเป็นผู้จัดหาทีมสังหารนายจักรกฤษณ์ โดยให้การรับสารภาพว่า รับจ้างจากนางสุรางค์ ดวงจินดา มารดาของแพทย์หญิงนิธวดีและแพทย์หญิงนิธิวดีในราคา 1.2 ล้านบาท

ต่อมาในวันที่ 11 พ.ย.2556 มารดาแพทย์หญิงนิธิวดีเข้ามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหา โดยรับสารภาพว่า จ้างมือปืนสังหารนายจักรกฤษณ์ เนื่องจากแค้นที่ลูกสาวถูกทำร้ายเป็นประจำนอกจากนี้ยังเคยเอาปืนมาขู่ตนด้วย จึงทนไม่ไหว

จากนั้นตำรวจคุมตัวแม่หมอนิ่มและหมอนิ่มมาฝากขังต่อศาลจังหวัดมีนบุรี ก่อนใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 5 แสนบาทและได้ประกันตัวไป

ถัดมาอีกวันนายสันติ ทองเสม หรือทนายอี๊ด ที่ถูกซัดทอดว่าจัดหามือปืน เดินทางเข้ามอบตัวเช่นกัน 

กระทั่งในวันนี้ ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาประหารชีวิต แพทย์หญิงนิธิวดี และนายสันติ ทนายความที่ทำหน้าที่จัดหามือปืนให้โดยศาลพิเคราะห์ว่า แพทย์หญิงนิธิวดี มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายจักรกฤษณ์ ส่วนนางสุรางค์ แม่ของแพทย์หญิงนิธิวดี ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าที่ผ่านมาพยายามรับผิดแทนลูกและไม่พบหลักฐานว่าเกี่ยวข้องทางคดี…

แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน