บริษัทสัมปทานรังนกพัทลุง แจ้งความเอาผิด "ชุดพญาเสือ" ทำเสียชื่อ บุกจับแจ้งข้อหาต่อเติมอาคารไม่ขอ

บริษัทสัมปทานรังนกพัทลุง แจ้งความเอาผิด "ชุดพญาเสือ" ทำเสียชื่อ บุกจับแจ้งข้อหาต่อเติมอาคารไม่ขอ

บริษัทสัมปทานรังนกพัทลุง แจ้งความเอาผิด "ชุดพญาเสือ" ทำเสียชื่อ บุกจับแจ้งข้อหาต่อเติมอาคารไม่ขอ

รูปข่าว : บริษัทสัมปทานรังนกพัทลุง แจ้งความเอาผิด "ชุดพญาเสือ" ทำเสียชื่อ บุกจับแจ้งข้อหาต่อเติมอาคารไม่ขอ

"สยามเนสท์ 2559" บริษัทสัมปทานรังนก จ.พัทลุง แจ้งความเอาผิดชุดพญาเสือ กรมอุทยานฯ ทำเสียชื่อเสียง กรณีนำกำลังบุกจับการซ่อมแซมอาคารบนเกาะ ขณะที่ก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯ พัทลุง แจงบริษัทรังนกดำเนินการใต้ กม.รังนกอีแอ่น ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตกรมอุทยานฯ

นายพิพัตร อมรวัตพงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทสยามเนสท์ 2559 เข้าแจ้งความกับร้อยเวรตำรวจภูธรเกาะนางคำ จ.พัทลุง เพื่อเอาผิดนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ สังกัดชุดเฉพาะกิจกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายยงยุทธ นาควิโรจน์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สงขลา และนายจำนง กลายเจริญ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง จ.พัทลุง-สงขลา กรณีที่ชุดพญาเสือ นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 120 คน พร้อมอาวุธ แจ้งกล่าวหาว่า กระทำผิด พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า โดยอ้างว่าบริษัทรังนกมีการก่อสร้าง ปรับปรุง ต่อเติม และมีการก่อสร้างซ่อมแซมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

หลังแจ้งความ นายพิพัตร ได้นำร้อยเวรตำรวจภูธรเกาะนางคำ ดูสถานที่ก่อสร้างบนเกาะสี่ เกาะห้า ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง เพื่อเป็นหลักฐานในการต่อสู้คดีว่า เป็นเพียงการซ่อมแซมจากตัวอาคารสำนักงานกับบ้านพักคนงานที่มีอยู่เดิม และอยู่ในสภาพทรุดโทรม รวมถึงปรับปรุงทัศนียภาพรอบๆ รูปปั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หน้าถ้ำเทวดา ให้สมกับเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัด

การแจ้งความครั้งนี้เป็นการแจ้งความกลับเนื่องจากเห้นว่ามีเจตนากลั่นแกล้ง บริษัทสยามเนสท์ 2559 ให้คณะกรรมการได้รับโทษทางอาญา ทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง ได้รับความเสียหายจากการดำเนินการธุรกิจสัมปทานรังนก จึงยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ก่อนหน้านี้นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทุลง ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอาคารรังนก เคยชี้แจงว่าการดำเนินการของบริษัทบริษัทสยามเนสท์ 2559 เป็นไปตาม พ.ร.บ.รังนกอีแอ่น พ.ศ.2540 ซึ่งเป็นกฏหมายพิเศษที่ใช้กันในพื้นที่ 9 จังหวัด จึงไม่มีความจำเป็นต้องขออนุญาตกรมอุทยาน เพราะเป็นเพียงหารซ่อมแซมตัวอาคารที่มีอยู่เดิม

กลับขึ้นด้านบน