ป.ป.ช.เผยอยู่ระหว่างแสวงหาข้อเท็จจริง คดี บ.ลูกชาย พล.อ.ปรีชา รับงานก่อสร้าง ทภ.3

ป.ป.ช.เผยอยู่ระหว่างแสวงหาข้อเท็จจริง คดี บ.ลูกชาย พล.อ.ปรีชา รับงานก่อสร้าง ทภ.3

ป.ป.ช.เผยอยู่ระหว่างแสวงหาข้อเท็จจริง คดี บ.ลูกชาย พล.อ.ปรีชา รับงานก่อสร้าง ทภ.3

รูปข่าว : ป.ป.ช.เผยอยู่ระหว่างแสวงหาข้อเท็จจริง คดี บ.ลูกชาย พล.อ.ปรีชา รับงานก่อสร้าง ทภ.3

เลขาธิการ ป.ป.ช.เปิดเผยว่า ข้อร้องเรียกให้ตรวจสอบ พล.ต.อ.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.อยู่ระหว่างการสรุปข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ก่อนส่งเรื่องมายัง คณะกรมการ ป.ป.ช.ว่าจะรับเรื่องไว้พิจารณาหรือไม่ ส่วนคดีการตรวจสอบบริษัทบุตรชายอดีตปลัดกระทรวงกลาโหมอยู่ระหว่างการไต

วันนี้ (20 ธ.ค.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวชี้แจงการประชุมชี้แจงการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณปี 2560 ได้เปิดเผยถึง ความคืบหน้าคดีการร้องเรียนให้ตรวจสอบกรณีที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดของบุตรชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ที่เป็นคู่สัญญาได้รับเหมางานก่อสร้างหน่วยงานในกองทัพภาคที่ 3 จ.พิษณุโลก โดยอยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริง ทางเอกสารและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ต้องรวบรวม หากเป็นที่สนใจของสังคมอาจจะเร่งพิจารณาเพื่อตอบคำถามต่อสังคม

ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินการตามข้อร้องเรียนจากศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นขอให้ตรวจสอบ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กรณีการรับเงินค่าที่ปรึกษาบริษัทเอกชนเดือนละ 50,000 บาทตั้งแต่ปี 2558 จากบริษัทเอกชนนั้นขณะนี้ตามกระบวนการอยู่ระหว่างสรุปรายละเอียดข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาว่าจะรับเรื่องไว้ดำเนินการหรือไม่ และหากเอกสารยังไม่เพียงพออาจจะขอเอกสารเพิ่มเติม เพื่อนำมาประกอบพิจารณาตามกฎหมาย ป.ป.ช.ที่เกี่ยวข้อง อย่างมาตรา 103 และกฎหมายของหน่วยงานต้นสังกัดกำหนดหลักเกณฑ์ไว้มีข้อยกเว้นใดหรือไม่ ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.ต่อไป และเปิดเผยว่า ตามกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 100 พล.ต.ท.ศานิตย์ ไม่เข้าข่ายกระทำผิด เพราะกฎหมายกำหนดห้ามไว้เพียง 4 ตำแหน่ง คือนายกรัฐมนตรี ผู้บริหารท้องถิ่นและรองผู้ริหารท้องถิ่น

เลขา ป.ป.ช.ชี้ว่า ยังไม่มีคดีใดนำเทียบได้เพราะคดีที่มีมาหากเปรียบเทียบกับคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของ ป.ป.ช. มาตรา 103 มีเพียงกรณีการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ทับซ้อนโดยตรง แต่ยังไม่มีกรณีรับเงินค่าที่ปรึกษา ส่วนประเด็นปกปิดบัญชีทรัพยสินและหนี้สิน หรือการยื่นเอกสารภาษีเงินได้ตามข้อร้องเรียนนั้นจะต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ขณะที่คดี จีทูจี อยู่ระหว่างการไต่สวน จากที่ได้รับรายงานเบื้องต้นจากคณะกรรมการไต่สวน พบว่ามีการพิจารณาไปมากในระดับหนึ่งแล้ว

กลับขึ้นด้านบน