แนวโน้มธุรกิจรุ่ง-ร่วงปี 60 "บริการการแพทย์-ความงาม" แชมป์ธุรกิจดาวรุ่ง

แนวโน้มธุรกิจรุ่ง-ร่วงปี 60 "บริการการแพทย์-ความงาม" แชมป์ธุรกิจดาวรุ่ง

แนวโน้มธุรกิจรุ่ง-ร่วงปี 60 "บริการการแพทย์-ความงาม" แชมป์ธุรกิจดาวรุ่ง

รูปข่าว : แนวโน้มธุรกิจรุ่ง-ร่วงปี 60 "บริการการแพทย์-ความงาม" แชมป์ธุรกิจดาวรุ่ง

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า แนวโน้มธุรกิจบริการมาแรงปี 2560 คือบริการทางการแพทย์และความงาม ที่ครองแชมป์ธุรกิจดาวรุ่งอันดับ 1 ต่อเนื่อง 6 ปี จากกระแสการให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพและการดูแลความงามมากขึ้น ส่วนธุรกิจดาวร่วงคือธุรกิจฟอกย้อม

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจธุรกิจเด่นในปี 2560 ผศ.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า 10 ธุรกิจเด่นปี 2560 ยังคงเป็นธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม ที่ครองอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 จากกระแสการให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพและการดูแลความงามมากขึ้น

รองลงมาเป็นธุรกิจ เครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว เนื่องจากการดูแลรักษาสุขภาพผิวพรรณของทุกช่วงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้น, ธุรกิจ e-commerce จากพฤติกรรมของผู้โภคที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วและซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น, ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว จากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวทำให้รายได้ประเทศต่างๆเพิ่มขึ้น, ธุรกิจวัสดุก่อสร้างและรับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลไทยกว่า 6 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอื่น เช่น ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์, ธุรกิจบริการทางการเงิน, ธุรกิจโมเดิร์นเทรด, ธุรกิจซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจให้คำปรึกษาทางกฎหมายและบัญชี

ส่วนธุรกิจดาวร่วงในปี 2560 ได้แก่ ธุรกิจฟอกย้อม, ธุรกิจหัตถกรรม, ธุรกิจนิตยสาร, ธุรกิจร้านเช่าหนังสือ, ธุรกิจร้านเช่า VDC CD, ธุรกิจสิ่งทอผ้าผืน, ธุรกิจจัดทำโปสเตอร์, ธุรกิจโรงไม้, ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์-ธุรกิจตัดและซ่อมรองเท้า, ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องจักรทางการเกษตร

ผศ.ธนวรรธน์ ระบุว่า ในการทำธุรกิจปี 2560 จะต้องคำนึงถึงการเข้ามาของดิจิทัลและการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น ทำให้การทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องได้รับความนิยมมากขึ้น

สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2559 คาดว่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 3.2 เนื่องจากการลงทุนภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัว ส่วนปี 2560 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 3.6 โดยมีปัจจัยบวกจากการส่งออกขยายตัวร้อยละ 1.4 รวมทั้งงบกลุ่มจังหวัดที่จะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความกังวลต่อภัยก่อการร้าย

 

กลับขึ้นด้านบน