เตือนท้องเสียจากเชื้อ "โนโรไวรัส" เสี่ยงเสียชีวิต

เตือนท้องเสียจากเชื้อ "โนโรไวรัส" เสี่ยงเสียชีวิต

เตือนท้องเสียจากเชื้อ "โนโรไวรัส" เสี่ยงเสียชีวิต

รูปข่าว : เตือนท้องเสียจากเชื้อ "โนโรไวรัส" เสี่ยงเสียชีวิต

อาการท้องเสียที่เกิดจากเชื้อ "โนโรไวรัส" อาจทำให้เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้ โดยเชื้อนี้พบการระบาดมากช่วงฤดูหนาว มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม ทนความร้อนได้ 60 องศาฯ ทนต่อน้ำยาฆ่าเชื้อและอยู่รอดบนพื้นผิววัตถุได้นานหลายวัน

สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ออกประกาศแจ้งเตือนและให้ความรู้เกี่ยวกับเชื้อโนโรไวรัส โดยอาการของโรคส่วนใหญ่มักทำให้มีอาการคลื่นไส้รุนแรง อาเจียน ปวดศีรษะ ปวดท้องและท้องเสีย รวมทั้งอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้ หนาวสั่น และปวดกล้ามเนื้อ โดยกลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือเด็กและผู้สูงอายุ

สำหรับผู้สูงอายุหรือเด็กที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือภูมิคุ้มกันถูกกดไว้ เมื่อป่วยด้วยการติดเชื้อโนโรไวรัสแล้วอาจมีอาการอุจจาระร่วงเรื้อรังนานนับเดือน หรือมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

กรณีที่ผู้ใหญ่ติดเชื้อมาจากเด็กที่ป่วย ผู้ใหญ่มักไม่แสดงอาการ แต่จะขับเชื้อออกมากับอุจจาระ ซึ่งมีโอกาสแพร่กระจายเชื้อสู่คนอื่นต่อไป การรักษาท้องเสียจากเชื้อโนโรไวรัสในเบื้องต้นคือรับประทานเกลือแร่ทดแทนการสูญเสียน้ำ แต่หากมีอาการรุนแรงต้องรีบพบแพทย์ทันที

เชื้อโนโรไวรัส ติดต่อจากคนสู่คนได้หลายทาง ที่พบมากคือติดเชื้อจากการรับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโนโรไวรัส ที่อาจมาจากคนปรุงอาหารที่ติดเชื้อนี้แล้วไม่ระมัดระวังสุขอนามัย หรือภาชนะที่ใช้รับประทานอาหาร ก็ทำให้เชื้ออาจปนเปื้อนไปกับอาหารได้ โดยเฉพาะอาหารประเภทสลัด แซนวิช โดยเชื้อโนโรไวรัสมีระยะการฟักตัว 12 ชั่วโมง ถึง 2 วัน

ข้อมูลจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยจากเชื้อโนโรไวรัส 250 ล้านคนและเสียชีวิต 200,000 คนต่อปี ขณะที่การรักษาต้องรักษาตามอาการ เนื่องจากไม่มียารักษาโรคโดยเฉพาะ

นายสุเมธ จงรุจิโรจน์ อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยา คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า อาการท้องเสียจากเชื้อโนโรไวรัสรุนแรงกว่าท้องเสียจากเชื้อแบคทีเรีย โดยกลุ่มเสี่ยงคือเด็กและผู้ใหญ่ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยกลุ่มนี้มักจะมีอาการท้องเสียรุนแรงจนขาดน้ำและทำให้เสียชีวิต

 

กลับขึ้นด้านบน