28 ธ.ค.นี้จับตา "บอร์ดสิ่งแวดล้อม"พิจารณาถนน 4 เลนตัดป่าน้ำหนาว

28 ธ.ค.นี้จับตา "บอร์ดสิ่งแวดล้อม"พิจารณาถนน 4 เลนตัดป่าน้ำหนาว

28 ธ.ค.นี้จับตา "บอร์ดสิ่งแวดล้อม"พิจารณาถนน 4 เลนตัดป่าน้ำหนาว

รูปข่าว : 28 ธ.ค.นี้จับตา "บอร์ดสิ่งแวดล้อม"พิจารณาถนน 4 เลนตัดป่าน้ำหนาว

เครือข่ายอนุรักษ์เปิด 4 ประเด็นค้านขยายถนนผ่านอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ชี้อีไอเอขาดความสมบูรณ์ พบช้างแม่ลูกหากินบนเส้นทาง ไม่คุ้มทุนทางเศรษฐศาสตร์ มีทางเลือกอื่น จี้ระงับโครงการ

วันนี้(26 ธ.ค.2559) เครือข่ายองค์กรและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดยมูลนิธิสืบนาคะเสถียร สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย ชมรมอนุรักษ์ล้านนา มูลนิธิโลกสีเขียว สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย กลุ่มรักษ์เขาใหญ่ กลุ่มใบไม้ ได้ร่วมออกออกแถลงการณ์คัดค้านการก่อสร้างขยายเส้นทางหมายเลข 12 ของกรมทางหลวง ระยะทาง 43 กิโลเมตร ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์

โดยมีเหตุผล 4 ข้อ ได้แก่ 1. รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)โครงการก่อสร้างขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 ขาดความน่าเชื่อถือ และไม่เปิดเผยข้อมูลการศึกษาผลกระทบและโครงการต่อสาธารณะได้รับรู้ 

 

 

ส่วนประเด็นที่ 2. การก่อสร้างขยายเส้นทางเป็นการทำลายป่าน้ำหนาวให้แยกออกเป็นสองส่วน ส่งผลให้ระบบนิเวศแยกขาดออกจากกันกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ประเด็นที่ 3. สภาพเส้นทางที่ผ่านอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวรวมถึงในหลายๆช่วงตลอดเส้นทางหมายเลข 12 มีความสูงชัน ไม่เหมาะสมสำหรับการขนส่งสินค้าด้วยรถยนต์ขนาดใหญ่ และ 4. การดำเนินการดังกล่าวขัดกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2550 ข้อ 2.2 ที่ระบุว่า เส้นทางสาธารณะเดิมที่มีอยู่แล้ว ไม่ให้ขยายช่องจราจร โดยให้ปรับปรุงผิวจราจรหรือการชะลอความเร็วแทน


น.ส.อรยุพา สังขะมาน หัวหน้าฝ่ายวิชาการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร บอกว่า ขณะนี้ทราบมาว่าการรายงานอีไอเอทำเสร็จหมดแล้ว และกำลังเตรียมนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในวันที่ 28 ธ.ค.นี้ ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งยอมรับทางเครือข่ายนักอนุรักษ์ค่อนข้างตกใจ เรื่องนี้มีการเดินหน้าโครงการแบบเงียบมาก


ขณะที่การรับรู้และการศึกษาอีไอเอ รวมทั้งความคุ้มทุนของของพื้นที่ป่าที่จะถูกถนนตัดผ่านเพื่อให้รถวิ่งเพียงแค่ชั่วโมงละ 200 คันอาจไม่คุ้มเสีย ซึ่งจากการสำรวจพื้นที่ในสัปดาห์ก่อน โดยตัวแทนจาก WCS พบว่าเส้นทางด่านทางเข้าอุทยานฯจากอำเภอคอนสาร จ.นคร ราชสีมา ยังมีช้างป่าเดินสัญจรไปมาตลอดระยะทางที่จะขยายถนนจาก 2 เลนเป็น 4 เลนระยะทาง 43 กิโลเมตร โดยพบขี้ช้างริมถนนโป่งขนาดใหญ่ที่สัตว์ใหญ่ใช้ริมทาง มีร่องรอยช้าง กวางป่า หมูป่า เก้ง และหมาจิ้งจอก

 

 


“ จุดที่สำรวจมีช้างเดินมาตลอด กระทิง และห่างถนนที่ 2 กิโลเมตรและเป็นโป่ง ซึ่งเรื่องนี้มีภาพถ่ายของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ก็ถ่ายลูกช้างเดินข้ามถนนเส้นนี้ หรือแม้แต่กระทิง ที่เคยเป็นข่าวว่าถูกรถชนตายก็หากินบนถนนเส้นนี้ ดังนั้น จึงโดยขอให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ระงับการพิจารณาโครงการนี้ และทบทวนรายละเอียดต่างๆให้สมบูรณ์ก่อน นอกจากนี้ยังมองว่ามีทางเลือกอื่นๆที่สามารถตัดถนนได้ และไม่มีกระทบต่อเส้นทางหากินของสัตว์ป่าใน ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์ หลังปีใหม่ จะออกจดหมายคัดค้านอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพราะตอนนี้ทำได้แค่สร้างกระแสรับรู้ทางโซเซียลมีเดียไปก่อน” หัวหน้าฝ่ายวิชาการ มูลนิธิสืบนาคะสถียร ระบุ

กลับขึ้นด้านบน