สยยท.ยื่นฟ้องศาลปกครองชะลอระบายยางในสต็อกออกไป 3 เดือน

สยยท.ยื่นฟ้องศาลปกครองชะลอระบายยางในสต็อกออกไป 3 เดือน

สยยท.ยื่นฟ้องศาลปกครองชะลอระบายยางในสต็อกออกไป 3 เดือน

รูปข่าว : สยยท.ยื่นฟ้องศาลปกครองชะลอระบายยางในสต็อกออกไป 3 เดือน

ตัวเเทนเครือข่ายชาวสวนยางพารายื่นฟ้องศาลปกครองกลางให้การยางแห่งประเทศไทยชะลอขายยาง 310,000 ตันออกไปอีก 3 เดือน เนื่องจากผลผลิตเกษตรกรทยอยออกสู่ตลาดจำนวนมาก ส่งผลให้ราคายางปรับตัวลดลงกิโลกรัมละ 6-7 บาท

วันนี้ (26 ธ.ค.2559) นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยยท.) พร้อมตัวแทนชาวสวนยาง ยื่นฟ้องฉุกเฉินต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ชะลอการขายยางในสต๊อก 310,000 ตันออกไปอีก 3 เดือน หรือจนถึงฤดูปิดกรีด เนื่องจากเดือนธันวาคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 เป็นช่วงที่ผลผลิตออกมากเฉลี่ยเดือนละ 5 แสนตัน หาก กยท. มีการระบายยางล็อตแรก 9 หมื่นตัน ออกมาในช่วงนี้จะยิ่งส่งผลให้ราคายางปรับตัวลดลง

สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคายางแผ่นดิบที่ตลาดกลางท้องถิ่น ปรับตัวลดลงเฉลี่ยกิโลกรัมละ 6-7 บาท ส่วนตลาดกลางลดลง อยู่ที่กิโลกรัม 3-4 บาท ทำให้ราคายางแผ่นดิบขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 73-74 บาท ลดลงจากวันที่ 16 ธันวาคม ที่กิโลกรัมละ 77.25 บาท ขณะที่ราคายางตลาดล่วงหน้าที่เซี่ยงไฮ้ปรับตัวลดลงเช่นกัน จากวันที่ 17 ธันวาคม ที่ตันละ 20,580 หยวน เหลือ 18,350 หยวน

นายอุทัย ยังระบุว่า ก่อนหน้านี้ การประชุมคณะกรรมนโยบายธรรมชาติ (กยน.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เห็นชอบให้ กยท.ดำเนินการระบายยางในช่วงเวลาที่เหมาะสมเป็นประโยชน์แก่ทางราชการ และรับข้อสังเกตของ สยยท.ที่ขอให้ระบายยางในสต๊อกขายให้องค์กรส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ประกอบการพิจารณาและได้กำชับให้ระบายยางในสต็อกในช่วงเวลาที่เหมาะสมและไม่กระทบเสถียรภาพราคายาง หากศาลชะลอการขายออกไป 3 เดือน เกษตรกรปิดหน้ายาง แต่ กยท. ต้องเสียค่าเช่าโกดังและค่าประกัน เฉลี่ยวันละ 1 ล้านบาท แต่เกษตรกรจะมีรายได้วันละ 80 ล้านบาท ดังนั้น กยท.จึงต้องพิจารณาผลได้ผลเสียให้รอบคอบ

 

 

นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางและปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย ตั้งข้อสังเกตถึงการประมูลยางครั้งนี้ว่าเงื่อนไขการประมูลอาจเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ และเกิดความไม่โปร่งใส เนื่องจากระยะเวลาเร่งรีบและกระชั้นชิด และเห็นว่ายางในสต็อกไม่ควรนำออกมาระบาย แต่ควรให้หน่วยงานของรัฐนำไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงานรัฐ เช่น การทำถนน และในวันพรุ่งนี้จะไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กพร.และช่วงบ่ายไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมวางพวงหรีดแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการกระทำของ กยท.

สำหรับราคายางพาราที่ตลาดกลางยางพาราสงขลา ล่าสุดเช้าวันนี้ ยางแผ่นดิบ อยู่ที่ 73.87 บาท ลดลงจากวันก่อนหน้า 4 สตางค์ ยางเเผ่นดิบรมควันชั้น 3 ราคา 76.25 บาท บวกมาจากวันก่อนหน้า 14 สตางค์ น้ำยางสด ณ โรงงาน ราคาอยู่ที่ 67.50 บาท บวกขึ้นมา 50 สตางค์ เเละเศษยาง 100% ณ โรงงาน 61.50 บาท ลดลงจากวันก่อนหน้า 50 สตางค์

กลับขึ้นด้านบน