นักท่องเที่ยวจีนมาไทยต่ำกว่าเป้า คาดปีหน้าสถานการณ์ดีขึ้น

นักท่องเที่ยวจีนมาไทยต่ำกว่าเป้า คาดปีหน้าสถานการณ์ดีขึ้น

นักท่องเที่ยวจีนมาไทยต่ำกว่าเป้า คาดปีหน้าสถานการณ์ดีขึ้น

รูปข่าว : นักท่องเที่ยวจีนมาไทยต่ำกว่าเป้า คาดปีหน้าสถานการณ์ดีขึ้น

มีการคาดการณ์ว่าปี 2559 นักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางมาไทยประมาณ 10 ล้านคน แต่จากปัจจัยต่างๆ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศลดลง โดยเฉพาะในแถบยุโรป

สถานการณ์ในปี 2559 ที่ผ่านมาหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของจีน รายงานว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศของคนจีนลดลงในปี 2559 โดยมีปัจจัยมาจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศและเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะในแถบยุโรป

ดังนั้นในปี 2559 ประเทศที่คนจีนนิยมเดินทางไปเที่ยวมากที่สุดจึงอยู่ในแถบเอเชีย ซึ่ง Jing Daily รายงานว่า อันดับ 1 คือ ฮ่องกง แต่ 10 เดือนแรกของปีลดลงร้อยละ 8.2 ส่วนประเทศในแถบยุโรป เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส ที่เคยได้รับความนิยมมากก็ติดลบร้อยละ 5.6 และ 29.6 ตามลำดับ

สำหรับไทย ติดอยู่อันดับ 3 และนักท่องเที่ยวจีนยังขยายตัว แต่การปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญมีผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวในเดือนสิงหาคม 2559 ประกอบกับบรรยากาศการไว้อาลัยภายในไทย แต่ความต้องการมาเที่ยวไทยของคนจีนยังคงมีเพิ่มขึ้น เพราะไทยเป็นประเทศที่มีค่าใช้จ่ายคุ้มค่า

ส่วนปัจจัยที่คนจีนให้ความสนใจเดินทางมาเที่ยวในเอเชียมากขึ้นเป็นเพราะระยะทางที่ใกล้ เดินทางง่าย ใช้เวลาไม่นานและต้นทุนการเดินทางก็ไม่สูง สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมติดอันดับ 1 ใน 10 แห่ง เช่น ภูเก็ต พระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว

นายสุรวัช อัครวรมาศ อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ระบุว่า การแข่งขันเพื่อแย่งชิงตลาดนักท่องเที่ยวจีนสูงมาก ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยได้เดินทางไปแต่ละมณฑลของจีนเพื่อนำเสนอทัวร์คุณภาพ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาไทยปี 2559 หากอยู่ที่ประมาณ 9 ล้านคน ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ แต่ช่วงที่การท่องเที่ยวไทยสะดุดในบางช่วง ทำให้ประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามและกัมพูชาดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนไปได้ แต่ในระยะยาวเชื่อว่าไทยยังคงมีความได้เปรียบ

สำหรับทิศทางการเข้ามาไทยของนักท่องเที่ยวจีนดีขึ้นตามลำดับ จากการรวบรวมของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือแอตต้า พบว่าในเดือนตุลาคม 2559 นักท่องเที่ยวจีนหายไปร้อยละ 50-60 เดือนพฤศจิกายน 2559 ตัวเลขใกล้เคียงกัน แต่เดือนธันวาคม 2559 ประเมินว่าจะหายไปเพียงร้อยละ 40 ซึ่งคาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในปลายไตรมาสที่ 1 ของปี 2560

 

กลับขึ้นด้านบน