กรมอุทยานฯกร้าว เสนอกรมทางหลวงทบทวนถนน "ผ่าป่าน้ำหนาว"

กรมอุทยานฯกร้าว เสนอกรมทางหลวงทบทวนถนน "ผ่าป่าน้ำหนาว"

กรมอุทยานฯกร้าว เสนอกรมทางหลวงทบทวนถนน "ผ่าป่าน้ำหนาว"

รูปข่าว : กรมอุทยานฯกร้าว เสนอกรมทางหลวงทบทวนถนน "ผ่าป่าน้ำหนาว"

ธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯส่งตัวแทนเสนอให้ทบทวนถนนผ่านป่า ลั่นหากยังจะใช้เขตอุทยาน จะต้องทำอุโมงค์ให้สัตว์ป่าเพื่อลดผลกระทบ ด้านชาวเน็ตแห่แชร์ข่าวคัดค้าน พร้อมหนุนให้เปลี่ยนเส้นทาง เหตุพบปัญหาดินถล่มหน้าฝน

ความคืบหน้ากรณีที่เครือข่ายองค์กรและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดยมูลนิธิสืบนาคะเสถียร สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย ชมรมอนุรักษ์ล้านนา มูลนิธิโลกสีเขียว สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย กลุ่มรักษ์เขาใหญ่ กลุ่มใบไม้ ได้ร่วมออกออกแถลงการณ์คัดค้านการก่อสร้างขยายเส้นทางหมายเลข 12 ของกรมทางหลวง ระยะทาง 43 กิโลเมตร ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์

วันนี้( 27ธ.ค.2559) นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้(28ธ.ค.) ได้มอบหมายให้นายอนรรฆ พัฒนวิบูลย์ ผู้อำนวยการสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย ในฐานะที่ปรึกษากรมอุทยานฯ พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ เตรียมนำข้อมูลข้อเสนอทางเลือกเกี่ยวกับโครงการถนนผ่านอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวต่อบอร์ดสิ่งแวดล้อม

 


โดยขอให้มีการทบทวนเส้นทาง และทางเลือกอื่นที่จะไม่ใช้พื้นที่ตัดผ่านอุทยานน้ำหนาว เพื่อลดผลกระทบต่อสัตว์ป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ป่า เช่น ช้าง กระทิงที่ต้องเดินสัญจรบนถนนเส้นนี้ หากไม่สามารถยกเลิกได้ ก็จะมีข้อเสนอให้หามาตรการลดผลกระทบเช่นเดียวกับการตัดถนนสาย 304 ผ่านป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน และเขาใหญ่ ที่จะต้องมีการทำอุโมงค์เพื่อให้สัตว์ป่าเดินข้ามสัญจรพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่าที่ประชุมจะมีข้อสรุปอย่างไร แต่จะพยายามนำเสนอข้อมูลให้มากที่สุด


โดยวันนี้ ทางเครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์ฯได้ทำหนังสือแถลงการณ์ให้ทบทวนเสนอต่อเลขาบอร์ดสิ่งแวดล้อม เพื่อนำเสนอข้อกังวลต่อที่ประชุมบอร์ดสิ่งแวดล้อม ที่มีพล.อ.ประวิตร เป็นประธาน พร้อมด้วยหน่วยงานจากหลายหน่วยงาน ในเวลา 9.30 น.

ชาวเน็ตหนุนเปลี่ยนเส้นทางถนน-ระบุดินถล่มหน้าฝน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการนำเสนอข่าวเรื่องดังกล่าว ผ่านทางเวปข่าวไทยพีบีเอสออนไลน์ผ่านทางเฟชบุ๊ก ปรากฎว่ามีผู้สนใจแชร์ข่าวนี้มากกว่า 4,500 ครั้ง และมีการแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยต่อการขยายถนนจาก 2 เลน เป็น 4 เลนผ่านป่าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว
โดยเฟชบุ๊กของผู้ที่ใช้ชื่อว่ากฤษณพล วิชพันธ์ ระบุว่า ถนนเส้นนี้เป็นทางหลักที่ใช้ติดต่อระหว่างพื้นที่ภาคอีสานและเหนือใช้กันมานาน มีปัญหาดินถล่มใส่ถนนเป็นประจำในช่วงหน้าฝนทุกปี เนื่องจากเป็นถนนที่ตัดโดยไม่คำนึงถึงสภาพทางธรณีวิทยา มุ่งเอาเส้นทางที่สั้นสุด แต่ความจริงสามารถเลี่ยงใช้ถนนเส้นนี้ได้ โดยไปพัฒนาเส้นทางหมายเลข 2216 แทน อ้อมกว่าแต่ไม่มีปัญหาดินถล่มและ ยังตัดถนนใหม่ต่อไปยังเส้นทางหมายเลข 12 โดยไม่ต้องผ่านทุ่งแสลงหลวง และภุหินร่องกล้าได้อีกด้วย

 

ขณะที่ นายวิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธาน สถาบันพัฒนาสำนึกรักษ์เพชรบูรณ์ เห็นว่า มีความจำเป็นต้องขยายถนนในช่วงอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เนื่องจาก จะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศอย่างมาก และปัจจุบันเป็นเพียงจุดเดียว ที่ยังไม่มีการขยายถนนจาก 2 เลน เป็น 4 เลน ส่วนข้อกังวลเรื่องสัตว์ป่า เชื่อว่าสามารถแก้ไขได้ โดยจุดที่เป็นทางสัตว์ข้าม อาจทำทางรอดใต้ดิน

สำหรับเหตุผลที่กลุ่มอนุรักษ์ ค้านขยายถนนผ่านอุทยานฯแห่งนี้ โดยมีเหตุผล 4 ข้อ ได้แก่ 1. รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)โครงการก่อสร้างขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 ขาดความน่าเชื่อถือ และไม่เปิดเผยข้อมูลการศึกษาผลกระทบและโครงการต่อสาธารณะได้รับรู้  ส่วนประเด็นที่ 2. การก่อสร้างขยายเส้นทางเป็นการทำลายป่าน้ำหนาวให้แยกออกเป็นสองส่วน ส่งผลให้ระบบนิเวศแยกขาดออกจากกันกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ประเด็นที่ 3. สภาพเส้นทางที่ผ่านอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวรวมถึงในหลายๆช่วงตลอดเส้นทางหมายเลข 12 มีความสูงชัน ไม่เหมาะสมสำหรับการขนส่งสินค้าด้วยรถยนต์ขนาดใหญ่ และ 4. การดำเนินการดังกล่าวขัดกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2550 ข้อ 2.2 ที่ระบุว่า เส้นทางสาธารณะเดิมที่มีอยู่แล้ว ไม่ให้ขยายช่องจราจร โดยให้ปรับปรุงผิวจราจรหรือการชะลอความเร็วแทน

กลับขึ้นด้านบน