สำรวจที่ดิน 270 ล้านบาทจอดรถขยะ กทม.เหตุจำคุก "พิจิตต รัตตกุล"

สำรวจที่ดิน 270 ล้านบาทจอดรถขยะ กทม.เหตุจำคุก "พิจิตต รัตตกุล"

สำรวจที่ดิน 270 ล้านบาทจอดรถขยะ กทม.เหตุจำคุก "พิจิตต รัตตกุล"

รูปข่าว : สำรวจที่ดิน 270 ล้านบาทจอดรถขยะ กทม.เหตุจำคุก "พิจิตต รัตตกุล"

เมื่อวานนี้ (27 ธ.ค.2559) ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำคุกนายพิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นเวลา 5 ปี ในคดีทุจริตซื้อที่ดินแพงเกินจริงและเรียกรับผลประโยชน์ โดยพบว่าซื้อแพงเกินจริงถึง 18 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันนี้ใช้เป็นที่จอดรถน้ำและรถขยะ

ที่ดินดังกล่าวมีเนื้อที่กว่า 11 ไร่ อยู่ในซอยเรียงปรีชา ถ.ประชาราษฏร์ 1 แขวงและเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ปัจจุบันเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถของหน่วยงานสังกัดกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย 4 หน่วยงาน ได้แก่ กองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง กทม. กองโรงงานจัดการมูลฝอย และ กองจัดการขยะของเสียอันตรายและสิ่งปฏิกูล และฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ สำนักงานเขตบางซื่อ จอดรถได้มากกว่า 200 คัน

กุลจิรา สาสุขวัฒน์ ผู้อำนวยการเขตบางซื่อ กล่าวว่าการจัดซื้อที่ดินดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 19 ปีที่แล้ว ไม่ได้ใช้งบประมาณของเขตบางซื่อ ปัจจุบันสำนักงานเขตบางซื่อเป็นเพียงหนึ่งในหน่วยงานที่ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ในการจอดรถขนาดใหญ่ประมาณ 45 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถที่ใช้ในการจัดและตกแต่งสวน

คดีทุจริตจัดซื้อที่จอดรถกรุงเทพมหานครนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2540 โดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดซื้อที่ดินจำนวน 11 ไร่ ในเขตบางซื่อ ในราคา 270 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นพื้นที่จอดรถน้ำและรถขยะ โดยนายพิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมพวกอีก 7 คน ถูกฟ้องในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร่วมกันเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ หลังพบว่าที่ดินผืนนี้ถูกซื้อมาในราคาที่แพงเกินจริง ทำให้ กทม.ได้รับความเสียหาย และยังพบว่า มีการเรียกรับเงินจากการจัดซื้อดังกล่าวกว่า 18 ล้านบาท

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกฟ้องนายพิจิตตในคดีนี้เมื่อปี 2558 แต่เมื่อวานนี้ (27 ธ.ค.) ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุกนายพิจิตต เป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากมีหลักฐานว่านายพิจิตตรับเงินจำนวน 10 ล้านบาท หลังจาก กทม.ทำสัญญาซื้อที่ดินแปลงดังกล่าว และไม่สามารถชี้แจงที่มาของเงินได้ และพิพากษาแก้โทษจำเลย 2 คน ได้แก่ อดีตเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตผู้อำนวยการเขตบางซื่อ ซึ่งถูกศาลชั้นต้นสั่งจำคุก 8 ปี และ 10 ปี โดยให้ลดโทษเหลือจำคุก 5 ปี และ 7 ปี ตามลำดับ

กลับขึ้นด้านบน