เปิดทางเลือกขยายถนนผ่านอุทยานฯ น้ำหนาว ไกลกว่าแต่ไม่กระทบป่าไม้

เปิดทางเลือกขยายถนนผ่านอุทยานฯ น้ำหนาว ไกลกว่าแต่ไม่กระทบป่าไม้

เปิดทางเลือกขยายถนนผ่านอุทยานฯ น้ำหนาว ไกลกว่าแต่ไม่กระทบป่าไม้

รูปข่าว : เปิดทางเลือกขยายถนนผ่านอุทยานฯ น้ำหนาว ไกลกว่าแต่ไม่กระทบป่าไม้

มูลนิธิสืบนาคะเสถียรเสนอกรมทางหลวงปรับเปลี่ยนไปขยายทางหลวงหมายเลข 2216 แทนทางหลวงหมายเลข 12 ที่ตัดผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ระบุระยะทางไกลกว่าเดิมเพียง 50 กิโลเมตร แต่ไม่ผ่านพื้นที่ป่าและปลอดภัยกว่า

หลังจากที่เครือข่ายองค์กรและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ออกมาคัดค้านการก่อสร้างขยายเส้นทางหมายเลข 12 เส้นทางหล่มสัก-ชุมแพ ซึ่งจะผ่านกลางอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ เป็นระยะทาง 43 กิโลเมตร เพื่อใช้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มจาก อ.แม่สอด จ.ตาก- จ.มุกดาหาร ล่าสุดวันนี้ (28 ธ.ค.2559) คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานการประชุมได้มีมติให้กรมทางหลวงไปหาเส้นทางอื่นแทน เพื่อลดผลกระทบต่อผืนป่าและสัตว์ป่า

ทั้งนี้เครือข่ายองค์กรอนุรักษ์ได้เสนอให้กรมทางหลวงเปลี่ยนมาขยายทางหลวงหมายเลข 2216 แทน เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ไม่ผ่านผืนป่าและมีระยะทางไกลกว่าเดิมเพียง 50 กิโลเมตร

ขณะที่ นพ.รังสฤษฏิ์ กาญจนะวณิชย์ รองประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่าทางหลวงหมายเลข 12 ไม่เหมาะที่จะทำการขยายเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าด้วยรถยนต์ขนาดใหญ่ เพราะมีความสูงชันและมีสัตว์ป่าออกมาหากินทั้งช้างป่าและกระทิง ซึ่งอาจเป็นอันตรายทั้งต่อผู้ขับขี่และต่อสัตว์ป่าหายาก

"เส้นทางนี้มีช้างป่าและกระทิงออกมาหากินตามข้างทางเวลากลางคืน เส้นทางนี้มีรถทัวร์ขับรถค่อนข้างเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ" นพ.รังสฤษฏิ์กล่าว

ขณะที่นายขุลี สาตรี ผู้ใหญ่บ้านห้วยระหงษ์ จ.เพชรบูรณ์ ใกล้จุดที่จะมีการขยายเส้นทางที่ระบุว่า ทางหลวงหมายเลข 12 มีช้างป่าเดินผ่านบ่อยครั้ง และเมื่อเร็วๆ นี้ก็เกิดอุบัติเหตุรถชนกระทิงตาย แต่เนื่องจากถนนมีความคับแคบ และปริมาณรถที่หนาแน่นเขาจึงเห็นด้วยกับการขยายถนน 

 

กลับขึ้นด้านบน