กำเนิดใหม่สำนักข่าวออนไลน์ จริงหรือคือทางรอด?

กำเนิดใหม่สำนักข่าวออนไลน์ จริงหรือคือทางรอด?

กำเนิดใหม่สำนักข่าวออนไลน์ จริงหรือคือทางรอด?

ในรอบปีนี้ หากใครเป็นคนชอบอ่านข่าว คงต้องผ่านตาสำนักข่าวออนไลน์หน้าใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวใหญ่ๆ กันมา 2 ราย สร้างความคึกคักให้กับวงการสื่อออนไลน์ที่ถูกมองกันว่าจะเข้ามาแทนที่วิธีการรับรู้ข้อมูลข่าวสารแบบเดิมๆ แต่จริงหรือที่ข่าวออนไลน์จะเป็นทางรอดของวงการข่าว?

รูปข่าว : กำเนิดใหม่สำนักข่าวออนไลน์ จริงหรือคือทางรอด?

ทำไมข่าวต้องเหมือนเดิม? คำถามสำคัญจากคลิปเปิดตัว "The Momentum" สำนักข่าวออนไลน์เครือบริษัท daypoets มุ่งสร้างสีสัน นำเสนอข่าวด้วยวิธีแปลกใหม่ให้กับวงการข่าวเมืองไทย ด้วยกระแสตอบรับที่ท่วมท้น แค่เดือนแรกก็มียอดเข้าชมทะลุ 1 ล้าน ตามหลังอีกความสำเร็จของ The Matter เว็บข่าวสไตล์กวนๆ จากเครือบริษัทบรรลือสาส์นที่เปิดได้ 6 เดือน มีคนกดถูกใจมากกว่า 160,000 ราย เกินความคาดหมายของผู้ก่อตั้ง 2 สำนักข่าวหน้าใหม่ เพิ่งเปิดตัวมาในครึ่งปีหลัง ไม่ได้มีชื่อชั้นน่าเชื่อถือเป็นต้นทุนมาก่อน แต่จุดเด่นที่สามารถเสิร์ฟข่าวสารถึง newsfeed บ่งบอกถึงตลาดสื่อออนไลน์ที่เปิดกว้าง จากพฤติกรรมการเสพสื่อของคนเจเนเรชั่นใหม่ที่เมินหน้าสื่อเก่า

เพียงเปิดหน้าจอ ไม่ต้องหอบเครื่องมือและอุปกรณ์ใดๆ ลงสนาม ขอแค่มีทักษะการเขียน ร่วมกับมือกราฟิกวาดแต่งภาพให้ตรงกับเนื้อหา ก็เปิดสำนักข่าวออนไลน์ได้แล้ว ฟังดูเหมือนง่าย แต่กว่าจะได้มาแต่ละโพสต์ ต้องผ่านกระบวนการคิด เขียน ตรวจสอบ ประกอบภาพที่สื่อสารเตะตา ไม่ต่างจากสำนักข่าวอื่น ห้องเล็กๆ มีเพียงทีมงาน 5-10 คน มีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งข่าวชั้นสูงน้อยกว่าสิงห์สนามข่าวอย่างหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาต้องทำตามขนบเดิมๆ ของการนำเสนอ วิธีดึงดูดความสนใจมีทั้งการเปิดงานวิจัย หรือหันไปสำรวจกรณีของต่างประเทศ ทั้งหมดต้องน่าเชื่อถือ ย้ำสไตล์ที่ชัดเจน แตกต่างจากข่าวที่มีอยู่ดาษดื่นให้ได้

ข้อมูลเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว พบว่าสื่ออินเทอร์เน็ตไทยโตขึ้น 13% จากการเข้าถึงเพิ่มขึ้น 3-4 ล้านครัวเรือน สวนทางกับสิ่งพิมพ์ที่มีแนวโน้มตกต่ำ สอดคล้องกับอีกงานวิจัย ที่วิเคราะห์ว่าเม็ดเงินโฆษณา ไหลมาลงออนไลน์ ซึ่งอัตราการเติบโตเฉลี่ยของไทยสูงถึงอันดับ 2 ของอาเซียน ปัจจัยทุนที่เลิกทุ่มให้สื่อเก่า กดดันให้โทรทัศน์และสิ่งพิมพ์หันมาปรับตัวเข้าหาดิจิตอลบ้าง แต่ความจริงกลับไม่ง่าย เมื่อรายได้จากโฆษณาในสื่อออนไลน์น้อยกว่าหลายเท่าจนไม่อาจทดแทนของเดิม แถมตลาดยังเต็มไปด้วยคู่แข่งกว่าจะแบ่งมาถึงเนื้อหาประเภทข่าว ลำพังเนื้อหา "อ่านแล้วแชร์" อย่างเดียวจึงไม่พอให้อยู่รอด แต่ต้องเข้าหาวิถีชีวิตคนปัจจุบันด้วยการใช้รูปแบบหลากหลาย ทั้งวิดีโอ คลิปอินโฟกราฟิก และ Podcast รายการสำหรับฟัง

ในปี 2016 ที่การเมืองโลกเต็มไปด้วยความปั่นป่วน คำว่า Post-truth ที่หมายถึงการปล่อยให้อารมณ์มาก่อนข้อเท็จจริง ถูกใช้ในโลกออนไลน์มากขึ้นถึง 2,000% จนพจนานุกรมออกซ์ฟอร์ดประกาศให้คำนี้เป็นศัพท์แห่งปี ในทางหนึ่งก็สะท้อนถึงความคาดหวังต่อสถาบันข่าวในการทำหน้าที่ถ่ายทอดความจริงให้ปรากฏ แต่ในยุคที่คนมีทางเลือกมหาศาลในการรับข้อมูล และมักเสพแต่เนื้อหาที่สอดคล้องกับความเห็นตัวเอง กลายเป็นสิ่งที่สั่นคลอนความน่าเชื่อถือของสื่อมวลชน ขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาส เมื่อข่าวสารไม่ได้ผูกขาดกับสถาบันสื่อในอดีตอีกต่อไป เช่นประเด็นพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ที่มีปัญหาเรื่องละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล ก็จุดกระแสติดจากการรวมพลังของสื่อออนไลน์ ก่อนจะไปถึงสื่อหลัก แม้สำนักข่าวออนไลน์เมืองไทยเพิ่งตั้งตัว และยังต้องลองผิดลองถูกอีกมาก แต่พื้นที่ใหม่ที่เปิดกว้าง ก็ท้าทายความเป็นสื่อในยุคต่อไป

 

กลับขึ้นด้านบน