สื่อตั้งฉายาคนกีฬาปี 59 "โปรเม-สาวน้อยร้อยล้าน" "สิโรจน์-ช้างถึกเลี่ยมทอง"

สื่อตั้งฉายาคนกีฬาปี 59 "โปรเม-สาวน้อยร้อยล้าน" "สิโรจน์-ช้างถึกเลี่ยมทอง"

สื่อตั้งฉายาคนกีฬาปี 59 "โปรเม-สาวน้อยร้อยล้าน" "สิโรจน์-ช้างถึกเลี่ยมทอง"

สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาเเห่งประเทศไทยตั้งฉายาบุคคลในวงการกีฬาในปี 2559 รวมทั้งหมด 12 คน โดย โปรเม เอรียา ได้รับฉายาสาวน้อยร้อยล้าน ส่วนสิโรจน์ ฉัตรทอง ได้ฉายาช้างถึกเลี่ยมทอง

รูปข่าว : สื่อตั้งฉายาคนกีฬาปี 59 "โปรเม-สาวน้อยร้อยล้าน" "สิโรจน์-ช้างถึกเลี่ยมทอง"

วันนี้ (30 ธ.ค.2559) สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย ตั้งฉายาบุคคลในวงการกีฬา ซึ่งในปี 2559 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปนี้ มีคนกีฬาถูกตั้งฉายา 12 คนด้วยกัน เริ่มกันที่โปรเม เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟหญิงมือ 2 ของโลก กับฉายา "สาวน้อยร้อยล้าน" จากผลงานการคว้า 5 แชมป์ พ่วงรางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี จนทำเงินจากการแข่งขันปีนี้ไปทั้งหมดกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 90 ล้านบาท

 

 

สิโรจน์ ฉัตรทอง อาวุธลับของทีมชาติไทย ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก และฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนที่ติดทีมชาติเป็นปีแรก ทั้งที่ทำการฝึกฝนฝีเท้าด้วยตัวเอง ไม่ผ่านอะคาเดมี ซึ่งจากรูปร่างที่สูงถึง 184 เซนติเมตร ทำให้ได้ฉายา "ช้างถึกเลี่ยมทอง" ไปโดยปริยาย

 

 

รัชนก อินทนนท์ กับฉายา "นางฟ้าตกสวรรค์" จากผลงานครึ่งปีแรกที่โดดเด่น จนขึ้นไปครองมือ 1 ของโลก สวนทางกับครึ่งปีหลัง ที่เกือบถูกแบนจากการใช้สารต้องห้าม ก่อนลงแข่งโอลิมปิก อีกทั้งยังมีปัญหาบาดเจ็บเรื้อรัง จนผลงานต่ำกว่ามาตราฐาน

 

 

ชนาธิป สรงกระสินธิ์ กับฉายา "ลิงน้อยสอยป้า" โดยมีที่มาจากการประกาศตัวคบหากับ "เมย์" พิชญ์นาฏ สาขากร ดาราสาวที่มีอายุห่างกันถึง 12 ปี จนทำให้หนุ่มๆ หลายคนเกิดอาการอิจฉาตาร้อน

 

 

ธนบูรณ์ เกษารัตน์ นักเตะคนสำคัญของทีมชาติไทย ได้ฉายา "แข้งทองฝังเพชร" จากการย้ายไปร่วมทีมเชียงราย ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวสูงถึง 50 ล้านบาท จนกลายเป็นนักฟุตบอลที่มีค่าตัวแพงที่สุดของไทยลีก

 

 

ฉัตร์ชัย บุตรดี นักมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย กับฉายา "ฉัตร์ (ปล้น) ชัย" จากความพ่ายแพ้ต่อ วลาดิเมียร์ นิกิติน นักมวยชาวรัสเซีย แบบค้านสายตากองเชียร์ทั่วโลก จนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ สมาคมกีฬามวยสากลสมัครเล่นของไทย พลาดคว้าเหรียญโอลิมปิก ครั้งแรกในรอบ 44 ปี

 

 

พิมศิริ ศิริแก้ว นักยกน้ำหนักทีมชาติ กับ ฉายา "นางรอง 2 สมัย" จากผลงานการคว้าเหรียญเงิน โอลิมปิก 2 สมัยติดต่อกัน ทั้งที่ ลอนดอน และริโอ เดอ จาเนโร

 

 

สุธิยา จิวเฉลิมมิตร นักกีฬายิงปืนเป้าบินทีมชาติไทย ฉายา "มือปืนเป้าหนี" แม้ปีนี้จะคว้าแชมป์ 2 รายการใหญ่ จนขึ้นไปรั้งมือ 1 ของโลก พร้อมความหวังเหรียญทองในโอลิมปิก แต่ทำผลงานที่ บราซิล ไม่เข้าเป้า จนพลาดเข้ารอบชิงเหรียญ

 

 

ส่วนบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังของนักกีฬา ได้รับฉายาเช่นกัน เริ่มจาก นายกิตตน์สมบัติ เอื้อมมงคล กับฉายา "งาบเงียบ" จากผลงานการชนะเลือกตั้งได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมกีฬาเทนนิส เอาชนะตัวเต็งอย่าง นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่ครองตำแหน่งนายกหลายสมัย แบบพลิกความคาดหมาย

 

 

นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กับฉายา "ผู้ว่าหลักกรู" กับการมอบรางวัลผู้ฝึกสอนอาชีพในงานวันกีฬาแห่งชาติให้กับ ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ที่พาทีม ไทยฮอนด้า คว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ส่วนตัวเต็งอย่าง ธชตวัน ศรีปาน เฮดโค้ชของเมืองทอง ยูไนเต็ด นายสกล กล่าวว่า แม้ผลงานจะเป็นที่น่าจดจำ แต่ทีมเมืองทองมีศักยภาพดีอยู่แล้ว ใครมาคุมผลงานก็ไม่ต่างกัน

 

 

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย กับฉายา "นายกจับสลาก" โดยมีที่มาจากการตัดสินหาแชมป์เอฟเอ คัพ และแชมป์ฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 2 ด้วยวิธีการจับสลาก ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของวงการฟุตบอลที่หาแชมป์ด้วยวิธีนี้

 

 

ปิดท้ายที่ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กับฉายา "กุนซือ Waiting List" โดยเปรียบอนาคตการคุมทีมของ ซิโก้ ที่ยังไม่แน่นอนว่าจะได้ทำต่อหรือไม่ คล้ายกับชะตากรรมของ ผู้โดยสารเครื่องบินแบบ Waiting List ที่ยังไม่รู้อนาคตเหมือนกันว่าจะได้ตั๋วหรือไม่

 

 

กลับขึ้นด้านบน